← Back to KHAO

กรมการค้าภายใน-ตลาดไท จับมือเร่งระบาย ผลไม้ซูเปอร์จิ๋ว แก้ปัญหาผลผลิต-ราคาต่ำ

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 เพื่อให้การบริหารจัดการผลไม้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ทั่วประเทศ เนื่องจากปี 2569 ผลไม้หลายชนิดมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยบางชนิดเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% กรมจึงเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรองรับผลผลิตที่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง ทุเรียน มังคุด เงาะ เป็นต้น

Key facts

Summary

สำหรับปี 2569 กรมมีเป้าหมายบริหารจัดการผลไม้ภายในประเทศกว่า 1 ล้านตัน จากปริมาณผลผลิตรวมกว่า 6 ล้านตัน โดยใช้กลไกตลาดกลาง ตลาดสด ตลาดต้องชม ห้างค้าปลีกค้าส่ง และผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นช่องทางสำคัญในการดูดซับผลผลิต ซึ่งตลาดไทเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของประเทศในการรวบรวมและกระจายผลไม้ไทยสู่ตลาดทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน สามารถช่วยดูดซับผลผลิตผลไม้ได้แล้วกว่า 500,000 ตัน และยังคงเดินหน้ารับซื้อและกระจายผลผลิตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผลไม้ออกสู่ตลาดมากที่สุด

โดยวันที่ 6 มิถุนายน กรม ร่วมกับ ตลาดไท ศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรและผลไม้ที่สำคัญของประเทศ การรวบรวมผลไม้คุณภาพจากแหล่งผลิตทั่วประเทศมาจำหน่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ลดขั้นตอนทางการตลาด และเปิดโอกาสให้ผู้ค้า ร้านค้าปลีก ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร โรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงผลไม้คุณภาพในราคาที่เหมาะสม พร้อมรองรับนโยบายไทยช่วยไทย พลัส ของรัฐบาล มุ่งส่งเสริมการบริโภคสินค้าไทยและเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย

ภายในงานมีการจำหน่ายผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลิ้นจี่ และผลไม้ตามฤดูกาลจากแหล่งผลิตทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบค้าส่งและค้าปลีก พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคและการตลาด อาทิ การชิมผลไม้ไทยคุณภาพ การสาธิตเมนูและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ไทย กิจกรรม ชิม แชะ แชร์ และโปรโมชันพิเศษจากผู้ประกอบการภายในตลาด เพื่อสร้างบรรยากาศการเลือกซื้อผลไม้ไทยและกระตุ้นให้เกิดการบริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

Read full article at Matichon →