The Standard
Taylor Swift มีทรัพย์สินสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการคำนวณของ Forbes
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นิตยสาร Forbes เปิดตัวรายชื่อ Iconoclast 50 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยรวบรวมรายชื่อผู้นำด้านการเงิน ธุรกิจ เทคโนโลยี สื่อ และวงการบันเทิง ที่กำลังสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในโลกและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พวกเขาทำงานอยู่ โดยในรายงานนั้นยังระบุว่าศิลปินหญิงแห่งยุคอย่าง Taylor Swift ก็อยู่ในลิสต์นี้ด้วย และเธอมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว
Key facts
- พร้อมกับอธิบายต่อว่า เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีจากการทัวร์ The Eras Tour ซึ่งเป็นทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดด้วยรายได้ 2.2 พันล้านดอลลาร์ ทั้งยังใช้เงินสดซื้อลิขสิทธิ์เพลงต้นฉบับของตัวเองกลับคืนมาด้วยเงิน 360 ล้านดอลลาร์ และภายในเดือนมีนาคม 2026
- นิตยสาร Forbes เปิดตัวรายชื่อ Iconoclast 50 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยรวบรวมรายชื่อผู้นำด้านการเงิน ธุรกิจ เทคโนโลยี สื่อ และวงการบันเทิง ที่กำลังสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลในโลกและอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พวกเขาทำงานอยู่
- คนดังหลายคนในลิสต์นี้ไม่ได้ถูกระบุมูลค่าทรัพย์สินที่พวกเขาถือครอง แต่สำหรับ Taylor Swift พวกเขาเขียนว่าเธอเป็นศิลปินที่ทำรายได้หลักๆ มาจากการทัวร์คอนเสิร์ต The Eras Tour ผลงานจากอัลบั้มใหม่ The Life of a Showgirl และ The Tortured Poets
Summary
พร้อมกับอธิบายต่อว่า เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีจากการทัวร์ The Eras Tour ซึ่งเป็นทัวร์ที่ทำรายได้สูงสุดด้วยรายได้ 2.2 พันล้านดอลลาร์ ทั้งยังใช้เงินสดซื้อลิขสิทธิ์เพลงต้นฉบับของตัวเองกลับคืนมาด้วยเงิน 360 ล้านดอลลาร์ และภายในเดือนมีนาคม 2026 มูลค่าทรัพย์สินของเธอเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า กลายเป็นจำนวนเงิน 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้เธอขึ้นแท่นเป็นนักดนตรีหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์นั่นเอง
คนดังหลายคนในลิสต์นี้ไม่ได้ถูกระบุมูลค่าทรัพย์สินที่พวกเขาถือครอง แต่สำหรับ Taylor Swift พวกเขาเขียนว่าเธอเป็นศิลปินที่ทำรายได้หลักๆ มาจากการทัวร์คอนเสิร์ต The Eras Tour ผลงานจากอัลบั้มใหม่ The Life of a Showgirl และ The Tortured Poets Department รวมทั้งการบันทึกเสียงใหม่จากอัลบั้มเก่าของเธอด้วย
ส่วนหนึ่งในรายงานระบุว่า “Taylor Swift เปลี่ยนแปลงวงการเพลงในปี 2020 เมื่อเธอบันทึกเสียงเพลงของเธอใหม่อีกครั้ง ผลที่ตามมาคือค่าลิขสิทธิ์ไหลเข้ากระเป๋าเธอโดยตรง และเธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินคนอื่นๆ หันมาเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงของตัวเอง”