Prachachat
ผู้เลี้ยงกุ้งขอรัฐดูดซับ 1 หมื่นตัน หลังราคาตก-มาเลย์ระงับนำเข้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมประมงเปิดโต๊ะหารือสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลทั่วประเทศ รับมือราคากุ้งตกต่ำและกรณีมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 ชนิด ด้านเกษตรกรขอรัฐเร่งดูดซับผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายใน 3 เดือน พร้อมสนับสนุนส่วนต่างราคาไม่ต่ำกว่า 20 บาท/กก.
Key facts
- นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย องค์กรเกษตรกร และแกนนำเกษตรกรจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ กรมประมง ว่า
- กรมประมงเปิดโต๊ะหารือสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลทั่วประเทศ รับมือราคากุ้งตกต่ำและกรณีมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 ชนิด ด้านเกษตรกรขอรัฐเร่งดูดซับผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายใน 3 เดือน พร้อมสนับสนุนส่วนต่างราคาไม่ต่ำกว่า 20 บาท/กก.
- นอกจากนี้ ยังมีโครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569 หรือ คชก.69 ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้
- นางฐิติพรกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมประมงยังมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง กิจกรรมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบแม่นยำ ประจำปีงบประมาณ 2569 หรือ Innovation
Summary
อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลเกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย องค์กรเกษตรกร และแกนนำเกษตรกรจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ กรมประมง ว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามสถานการณ์ราคากุ้งตกต่ำ และเตรียมมาตรการรับมือกรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากไทย 5 ชนิด ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งน้ำเงิน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569
สำหรับข้อเสนอของสมาคมผู้เลี้ยงกุ้ง ขอให้ภาครัฐเร่งบริหารจัดการผลผลิตไม่น้อยกว่า 10,000 ตัน ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยใช้แนวทางชดเชยหรือสนับสนุนส่วนต่างราคาไม่น้อยกว่า 20 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมประสานความร่วมมือกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้าและรักษาสภาพคล่องของเกษตรกร