Nation TV
“ธนกร” หนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้คือทางรอดเศรษฐกิจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ธนกร” ย้ำความจำเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เดินหน้ายุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านพลังงานพร้อมดูแลปากท้อง ปักธงต้องโปร่งใสและมีวินัยการคลังเคร่งครัด
Key facts
- 4 มิถุนายน 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ภายใต้การนำของรัฐบาลนาย อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อรับมือกับวิกฤตความผันผวนทางพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์โลก
- นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาทแรก ที่ใช้เพื่อการเยียวยาและลดภาระค่าครองชีพระยะสั้นนั้น เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่เข้าใจถึงความจำเป็น เพราะประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดังนั้น
- สหรัฐฯ ออกกฎหมาย Inflation Reduction Act วงเงินกว่า 369,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ส่วนจีนลงทุนด้านพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีสีเขียวในระดับมหาศาล
- นายธนกร กล่าวอีกว่า IMF ยังประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตเพียงประมาณ 1.5% และประมาณ 2.0% ในปี 2570 ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค สะท้อนว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง
Summary
4 มิถุนายน 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ภายใต้การนำของรัฐบาลนาย อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อรับมือกับวิกฤตความผันผวนทางพลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยมองว่า การ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด คือหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศท่ามกลางการแข่งขันของโลกที่ดุเดือด ซึ่งการลงทุนครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการวางอนาคตไทยให้มั่นคงและยั่งยืน
นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาทแรก ที่ใช้เพื่อการเยียวยาและลดภาระค่าครองชีพระยะสั้นนั้น เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่เข้าใจถึงความจำเป็น เพราะประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดังนั้น การที่รัฐบาลเข้ามาช่วยลดภาระค่าครองชีพแ ละประคับประคองกำลังซื้อ ในช่วงเวลานี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อไม่ให้ผลกระทบลุกลามไปยังเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากในวันนี้ คือ วงเงินอีกประมาณ 200,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจนั้น
อีกทั้งยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่าร้อยละ 80 ของการใช้ภายในประเทศ และยังมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย ดังนั้น จึงกระทบต้นทุนทั้งระบบเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าขนส่ง ราคาอาหาร ต้นทุนภาคอุตสาหกรรม ต้นทุนภาคเกษตร SMEs แบกรับภาระหนักขึ้น ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น ท้ายที่สุดจึงกระทบกำลังซื้อ การจ้างงาน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ