The Standard
ปกรณ์ นัดถก กกร. 10 มิ.ย. ดันรื้อกฎหมายล้าสมัย ปลดล็อกธุรกิจ 7 อุตสาหกรรม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (4 มิถุนายน) ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นี้ รัฐบาลเตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชนจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศไทย
Key facts
- ที่ผ่านมาได้คุยกับ กกร. และมีข้อเสนอเกี่ยวกับแผนงาน Reinvent Thailand เป็นข้อเสนอในการแก้กฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ โดยได้ขอให้เอกชนเลือกมาว่าจะให้รัฐแก้อะไร เช่น ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง หรือกฎกระทรวง
- ปกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะนำร่องการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของ 7 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ก่อน โดยเมื่อหารือจนได้ข้อสรุปกับทางภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะ
- รัฐบาลจะนำข้อเสนอต่าง ๆ ไปรับฟังความคิดเห็นในระบบ เพื่อเปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นว่าข้อเสนอของภาคเอกชนทั้งหมดจริง ๆ แล้วโอเคไหม หรือบางข้อเสนอภาคสังคมอาจไม่เห็นด้วย เพราะอาจมองว่ามันไม่สมดุล แต่หลักการสำคัญคือเราต้องรับฟังความคิดเห็น
- รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ยังเตรียมหารือกับ กกร. เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรองรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน ฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้ยังรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเฉพาะเรื่องการนำระบบ Super
Summary
สำหรับการรับฟังความคิดเห็นในการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ตามแผนงาน Reinvent Thailand ของทาง กกร. นั้น เบื้องต้น กกร. ได้เสนอข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เกษตร ยานยนต์ สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ ท่องเที่ยว ค้าปลีก และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและมีผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
“ที่ผ่านมาได้คุยกับ กกร. และมีข้อเสนอเกี่ยวกับแผนงาน Reinvent Thailand เป็นข้อเสนอในการแก้กฎหมายที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ โดยได้ขอให้เอกชนเลือกมาว่าจะให้รัฐแก้อะไร เช่น ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง หรือกฎกระทรวง แต่ละฉบับต้องชี้ว่า มีปัญหาอะไรที่ต้องแก้ สร้างภาระอะไร จะให้รัฐแก้อย่างไร และแก้แล้วเอกชนจะได้อะไร จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่ ซึ่งในการคุยกันวันที่ 10 มิ.ย.นี้ ก็ขอให้เอกชนส่งการบ้านมา” ปกรณ์ กล่าว
ปกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะนำร่องการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของ 7 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ก่อน โดยเมื่อหารือจนได้ข้อสรุปกับทางภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนและทุกภาคส่วนแสดงความคิดเห็น จากนั้นจึงสรุปรายละเอียดให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป