Matichon
โรม ยันไม่มี โปลิตบูโรหลังม่านจิ้ม สุรพล ขอให้เวลาพิสูจน์ ชี้เทียบปมพท.ไม่ได้ ปชน.ไม่เคยทรยศใคร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 09.25 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้ง นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 เป็นประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาชน ว่า ตนคิดว่าคำถามใหญ่ที่สุดของประชาชนที่มีต่อพรรค ถ้าลองมองจากหลายๆ ความรู้สึก ซึ่งพรรคและตนในฐานะรองหัวหน้าพรรค เราน้อมรับคำวิจารณ์ทั้งสิ้น แต่คำถามใหญ่ที่สุดคือพรรคเปลี่ยนจุดยืน ลดอุดมการณ์หรือไม่ และอุดมการณ์ยังเหมือนเดิมหรือไม่
Key facts
- เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 09.25 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้ง นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549
- ผมยืนยันว่าในเรื่องของการเปลี่ยนอุดมการณ์ การถอยหลังทางอุดมการณ์ ความคิดความเชื่อ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน นี่คือสิ่งที่ผมยืนยันกับพี่น้องได้ ”
- นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การที่เราได้ร่วมงานกับนายสุรพล ตนมองว่ามันคงไม่ถึงขนาดทำให้เปลี่ยนอุดมการณ์ แน่นอนเรารับคำวิจารณ์ ตนมองว่านายสุรพลคือคนที่เราเชื่อว่าสามารถที่จะเข้ามามีบทบาทเป็นพันธมิตรและกำลังที่สำคัญในการที่จะช่วยเรา
- เมื่อถามว่า นายสุรพลยืนยันว่าไม่เคยเปลี่ยนหลักการ แต่พรรคประชาชนระบุว่าเปลี่ยนแล้ว ทำไมถึงดูย้อนแย้ง นายรังสิมันต์กล่าวว่า เวลาที่เราไปมอง เราต้องถอยมาก้าวหนึ่งว่าพรรคประชาชนทำอะไร
Summary
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เวลา 09.25 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแต่งตั้ง นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปี 2549 เป็นประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาชน ว่า ตนคิดว่าคำถามใหญ่ที่สุดของประชาชนที่มีต่อพรรค ถ้าลองมองจากหลายๆ ความรู้สึก ซึ่งพรรคและตนในฐานะรองหัวหน้าพรรค เราน้อมรับคำวิจารณ์ทั้งสิ้น แต่คำถามใหญ่ที่สุดคือพรรคเปลี่ยนจุดยืน ลดอุดมการณ์หรือไม่ และอุดมการณ์ยังเหมือนเดิมหรือไม่
“ ผมยืนยันว่าในเรื่องของการเปลี่ยนอุดมการณ์ การถอยหลังทางอุดมการณ์ ความคิดความเชื่อ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน นี่คือสิ่งที่ผมยืนยันกับพี่น้องได้ ” นายรังสิมันต์กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การที่เราได้ร่วมงานกับนายสุรพล ตนมองว่ามันคงไม่ถึงขนาดทำให้เปลี่ยนอุดมการณ์ แน่นอนเรารับคำวิจารณ์ ตนมองว่านายสุรพลคือคนที่เราเชื่อว่าสามารถที่จะเข้ามามีบทบาทเป็นพันธมิตรและกำลังที่สำคัญในการที่จะช่วยเรา เพื่อรับมือกับปัญหาไม่ว่าจะเป็นระบอบสีน้ำเงิน และอีกหลายๆ อย่าง แน่นอนว่าการตัดสินใจแบบนี้คงจะมีพี่น้องประชาชนจำนวนไม่น้อยที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจ ซึ่งเราเองก็ต้องรับคำวิจารณ์นะครับ และหากตัดสินใจไป ไม่ว่าจะถูกหรือผิด อย่างไร
เมื่อถามว่า นายสุรพลยืนยันว่าไม่เคยเปลี่ยนหลักการ แต่พรรคประชาชนระบุว่าเปลี่ยนแล้ว ทำไมถึงดูย้อนแย้ง นายรังสิมันต์กล่าวว่า เวลาที่เราไปมอง เราต้องถอยมาก้าวหนึ่งว่าพรรคประชาชนทำอะไร ซึ่งพรรคประชาชนกำลังรื้อโครงสร้างของระบอบรัฐประหารที่ฝังรากลึกผ่านรัฐธรรมนูญและผ่านกลไกต่างๆ ดังนั้น สิ่งที่เราพยายามทำคือตรงนี้ชัดเจน ดังนั้น ใครก็ตามที่มาร่วมเดินทางไปกับเรา เขาก็จะทราบว่ายานพาหนะที่ชื่อว่าพรรคประชาชนกำลังไปในทิศทางไหน ซึ่งตนคงไม่ได้เอาคำพูดรายคำมาดูอย่างเดียว