Reuters · Taiwan · China · The Standard
ไล่ ชิงเต๋อ ร่วมรำลึก 37 ปี เหตุการณ์เทียนอันเหมิน จี้จีนยอมรับความจริง-เผชิญหน้าบาดแผลในประวัติศาสตร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน โพสต์ข้อความบน Facebook ถึงจีนว่า ควรยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ 37 ปีก่อน ชี้ต้องเยียวยาความเจ็บปวดและเปิดประตูสู่การปรองดอง
Key facts
- ไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน โพสต์ข้อความบน Facebook ถึงจีนว่า ควรยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ 37 ปีก่อน ชี้ต้องเยียวยาความเจ็บปวดและเปิดประตูสู่การปรองดอง
- ผู้นำไต้หวันยังย้ำว่า เขาหวังว่า จีนจะสามารถเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ 4 มิถุนายนได้ โดยต้องยอมรับความจริง เยียวยาความเจ็บปวด เปิดประตูสู่การปรองดอง และการพูดคุยหารือให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
- สิ่งที่ถูกยิงและบดขยี้ในปีนั้น ไม่ใช่แค่ชีวิตและวัยหนุ่มสาวของผู้เข้าร่วมขบวนการประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปรารถนาและการกระทำเพื่อแสวงหาเสรีภาพและประชาธิปไตยของคนจีนทั้งรุ่น
- ประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ไม่ควรงมงายอยู่กับแสนยานุภาพทางการทหารหรือการใช้กำลังอาวุธ แต่ควรเปิดรับเสียงที่แตกต่าง ปกป้องสิทธิของประชาชนในการไล่ล่าความฝัน และกล้าเผชิญหน้ากับบาดแผลในประวัติศาสตร์”
Summary
วันนี้ (4 มิถุนายน) ไล่ ชิงเต๋อ โพสต์ข้อความบน Facebook ร่วมรำลึกครบรอบ 37 ปี เหตุการณ์การสลายการชุมนุมหน้าจัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยกล่าวว่า เวลา 37 ปีที่ผ่านมา สามารถทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ สร้างครอบครัว สร้างเนื้อสร้างตัว และมีเส้นทางชีวิตสว่างไสวได้ แต่วันนี้ในอดีต กลับมีหนุ่มสาวหลายพันคน ถูกทหารและรถถังยิงทิ้ง ถูกบดขยี้อย่างโหดเหี้ยมในกรุงปักกิ่ง จัตุรัสเทียนอันเหมิน และทั่วประเทศ
“สิ่งที่ถูกยิงและบดขยี้ในปีนั้น ไม่ใช่แค่ชีวิตและวัยหนุ่มสาวของผู้เข้าร่วมขบวนการประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปรารถนาและการกระทำเพื่อแสวงหาเสรีภาพและประชาธิปไตยของคนจีนทั้งรุ่น
ผู้นำไต้หวันยังย้ำว่า เขาหวังว่า จีนจะสามารถเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ 4 มิถุนายนได้ โดยต้องยอมรับความจริง เยียวยาความเจ็บปวด เปิดประตูสู่การปรองดอง และการพูดคุยหารือให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่สมควรได้รับการรับฟัง เพราะพวกเขาคืออนาคตของชาติ