Ban Muang
“ณัฐชาติ” ชง ร่าง พ.ร.บ.ข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปฏิวัติกฎหมายข้าวไทยครั้งใหญ่ คืนศักดิ์ศรีชาวนา เพิ่มอำนาจต่อรอง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ สส.สุพรรณบุรี พรรคกล้าธรรม แถลงข่าวเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติข้าวและชาวนาแห่งชาติ พ.ศ. …. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อผลักดันการปฏิรูปกฎหมายข้าวของประเทศครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายในการคืนศักดิ์ศรี สร้างความเป็นธรรม เพิ่มความเข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวนาไทยอย่างยั่งยืน
Key facts
- ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
- ให้ครอบคลุมผู้ที่ทำนาบนพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ แต่มีหลักฐานหรือได้รับการรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าประกอบอาชีพทำนาจริงอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ฤดูการผลิต เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ทั้งเงินอุดหนุน
- ประการที่สอง การเปิดโอกาสให้ชาวนาเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายระดับชาติ ผ่านการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกำหนดให้มีตัวแทนเครือข่ายชาวนาหรือองค์กรอาชีพชาวนาไม่น้อยกว่า 4 คน
- นายณัฐชาติ กล่าวว่า ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ขณะที่ชาวนาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการเกษตรและสร้างรายได้จากการส่งออกข้าวซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าหลักของไทยมาอย่างยาวนาน
Summary
นายณัฐชาติ กล่าวว่า ข้าวถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ขณะที่ชาวนาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการเกษตรและสร้างรายได้จากการส่งออกข้าวซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าหลักของไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันพี่น้องชาวนายังคงเผชิญปัญหาถูกเอารัดเอาเปรียบ ขาดอำนาจการต่อรอง และไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายด้าน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ประการที่สาม การปฏิรูประบบรับซื้อข้าวเพื่อสร้างความเป็นธรรม โดยกำหนดให้โรงสีและผู้ประกอบการต้องจัดทำหลักฐานการรับซื้อเป็นลายลักษณ์อักษรและมอบให้ชาวนาทันที พร้อมระบุรายละเอียดสำคัญอย่างชัดเจน ทั้งชนิดข้าว น้ำหนัก ความชื้น ราคา และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ถูกหัก นอกจากนี้ยังห้ามผู้ค้าข้าวร่วมกันผูกขาดหรือกดราคารับซื้อ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท