← Back to KHAO

คลังย้ำ! ไทยช่วยไทยพลัส ร้านค้าห้ามทอน-แลกเงินสด เตือนฝ่าฝืนโดนระงับสิทธิ

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ตามที่ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (โครงการฯ) ระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 โดยมีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 26,040,623 ราย นั้น ในวันแรกของการใช้จ่าย คือ วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 มีประชาชนให้ความสนใจใช้จ่ายผ่านโครงการฯ เป็นจำนวนมาก สรุปยอดใช้จ่ายในวันดังกล่าว ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น.

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ตามที่ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (โครงการฯ) ระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 โดยมีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 26,040,623 ราย นั้น ในวันแรกของการใช้จ่าย คือ วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 มีประชาชนให้ความสนใจใช้จ่ายผ่านโครงการฯ เป็นจำนวนมาก สรุปยอดใช้จ่ายในวันดังกล่าว ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น.

นายวินิจ กล่าวว่า การสแกนจ่ายเงินผ่านโครงการฯ จะต้องมีการซื้อสินค้า/บริการ จริงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ร้านค้าทอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสด ไม่ว่ากรณีใด เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ซึ่งจะถูกระงับสิทธิในโครงการฯ และรัฐจะดำเนินการในการเรียกเงินในส่วนที่ รัฐร่วมจ่ายคืนต่อไป จึงขอความร่วมมือให้ร่วมกันใช้จ่ายตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของโครงการฯ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการลดค่าครองชีพ ดูแลเศรษฐกิจ และฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

นายวินิจ กล่าวว่า ในส่วนของการใช้จ่ายตามโครงการฯ ประชาชนสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่าน G-Wallet (กระเป๋าเงิน อิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐ) ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ นอกเหนือจากร้านขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปแล้ว ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิในโครงการฯ กับผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถว รับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ตลอดจนผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ