← Back to KHAO

สีหศักดิ์ สงสัยเจตนากัมพูชา ชี้ ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ หลังดึงไทยไป UNCLOS ไม่ถกทวิภาคี

8 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.

2 แหล่งข่าวยืนยัน

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เพิ่งเดินทางถึงกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุม OECD Ministerial Council Meeting 2026 (MCM) หรือการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ยื่นหนังสือถึงไทย และเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เพิ่งเดินทางถึงกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุม OECD Ministerial Council Meeting 2026 (MCM) หรือการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ยื่นหนังสือถึงไทย และเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงก็คือ การประนอมภาคบังคับมันใช้เวลา อย่างกรณีประเทศติมอร์-เลสเต กับประเทศออสเตรเลีย ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ดังนั้นเท่ากับว่าอีก 2 ปี เราจะไม่สามารถกำหนดเขตแดนทางทะเล หรือพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างกันได้ แต่ทำไมเราถึงไม่ลองให้มีการเจรจากันเสียก่อน ถ้าเราลอง เราอาจจะบรรลุข้อตกลงได้เร็วกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นเจตนาของฝ่ายกัมพูชาจึงเป็นที่สงสัย ที่คงต้องการกำหนดเงื่อนไขของเขา และการสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายกัมพูชา แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา กลับพูดว่า ฝ่ายไทยยกเลิก เพราะตั้งใจที่จะไม่ทำตามพันธะกรณี ซึ่งไม่ใช่ แต่เราต้องยอมรับความจริงว่า MOU2544 ไม่ได้มีความคืบหน้า ซึ่งเราคิดว่า เมื่อทั้ง 2 ประเทศเข้าเป็นภาคี UNCLOS แล้ว เราก็น่าจะเจรจากันภายใต้กระบวนการ UNCLOS และเราควรให้โอกาสในการเจรจาระดับทวิภาคีก่อน แต่ถ้ามันไปไม่ได้ เราอาจจะตกลงกันว่า จะไปสู่กลไกต่าง ๆ ซึ่งมีตั้งแต่การประนีประนอมโดยสมัครใจที่เราสามารถพูดคุยกันได้ หรือมีการตั้งคณะประนอมขึ้นมาพูดคุยกันก็เป็นอีกขั้นหนึ่ง

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยพร้อมอยู่แล้ว เพราะเราคาดการณ์อยู่แล้วว่าจะต้องมาในเส้นทางนี้ และเราได้เตรียมการมาสักพักหนึ่งแล้วว่าถ้าเขามาทางนี้ เราจะดำเนินการอย่างไร ใครจะเป็นผู้ประนีประนอมฝั่งไทย ใครเป็นผู้มีคุณสมบัติความเชี่ยวชาญ และในวันพรุ่งนี้ (3 มิ.ย.69) นอกจากจะมาร่วมการประชุม OECD แล้ว ตนยังจะได้ไปคุยกับที่ปรึกษากฎหมายชาวฝรั่งเศสของไทยว่า เราจะต้องเตรียมการอย่างไร และแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ซึ่งท่าทีของเราคือ เมื่อนายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศ