Bangkok Today
รมว. และ รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน 2569 ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและพบปะประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี 2569 ในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสุนทร คำศรีเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 5, นายชุมพาสน์ ชุมอุระ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 5, นายสิงหา ผจงกิจการ
Key facts
- กรมชลประทาน ได้วางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาและป้องกันปัญหาอุทกภัยในระยะยาว ด้วยการก่อสร้างประตูระบายน้ำกึ่งฝาย ซึ่งสามารถรองรับการระบายน้ำได้สูงสุดถึง 300 ลบ.ม./วินาที พร้อมติดตั้งโรงสูบระบายน้ำจำนวน 10 เครื่อง
- เดิม เป็นฝายน้ำล้นที่ไม่มีระบบเปิด–ปิดน้ำอย่างยืดหยุ่น ทำให้การบริหารจัดการน้ำไม่เต็มศักยภาพ อีกทั้งไม่สามารถรองรับการใช้งานร่วมกับโครงการอ่างเก็บน้ำและสถานีสูบน้ำที่มีการขยายพื้นที่ชลประทานได้อย่างเหมาะสม หากมีฝนตกหนัก
- ต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
Summary
สำหรับ “ฝายบ้านสามพร้าว”
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและพบปะประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี 2569 ในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายสุนทร คำศรีเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 5, นายชุมพาสน์ ชุมอุระ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 5, นายสิงหา ผจงกิจการ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เร่งขุดลอกและขยายลำน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของอาคารชลประทาน โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์