Bangkok Today
ธปท. กางโรดแมปฟื้นเศรษฐกิจ! รื้อค่าฟี 19 รายการ-คุมเข้ม BNPL อุ้มฐานราก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แบงก์ชาติ เผย 8 เดือน ยอมรับสงครามอิหร่านพ่นพิษ หั่นจีดีพีเหลือ 1.5% ก่อนได้ยาแรงภาครัฐประคองแตะ 2% ดีเดย์รื้อโครงสร้างค่าธรรมเนียมธนาคาร 19 รายการ
Key facts
- นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลของมาตรการสกัดกั้นเงินเทาและการคอร์รัปชัน โดยระบุว่ามาตรการรายงานการถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท เริ่มเห็นผลชัดเจนด้วยยอดการถอนเงินสดในเดือนพฤษภาคมลดลงถึง 25-30%
- กลุ่มบัตรอิเล็กทรอนิกส์: ลดค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีของบัตร ATM/Debit เหลือ 150-200 บาท และลดค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากบัตรเครดิต (Cash Advance) จาก 3% เหลือ 2.5%
- ทุกกรณีให้เป็น 0 บาท ยกเว้นการทำธุรกรรมผ่านหน้าเคาน์เตอร์สาขาที่อนุญาตให้เก็บได้เพียงครึ่งเดียว (0.05%) เนื่องจากมีต้นทุนขนส่งเงินสด
- ของค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ 19 รายการ ใน 4 กลุ่มหลัก เพื่อลดภาระให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SME โดยมีผลบังคับใช้ทั้งหมดภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคารเพียง 1.5-2% เท่านั้น
- เช่นเดียวกับการควบคุมการซื้อทองคำผ่านแอปพลิเคชันที่ต้องรายงานธุรกรรมเกิน 20 ล้านบาท ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างราคาทองคำและค่าเงินบาท ลดลงจาก 0.8 เหลือ 0.4 ช่วยลดความผันผวนของค่าเงินได้ในระดับหนึ่ง
- ซึ่งคาดว่าจะมียอดปล่อยสินเชื่อรวมกันเกือบ 1 แสนล้านบาทภายในสิ้นปี เพื่อประคองผู้ประกอบการให้ผ่านพ้นช่วงเศรษฐกิจเปราะบางนี้ไปได้
Summary
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา และประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยและมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์สงครามอิหร่าน ส่งผลให้เดิมที่คาดการณ์จีดีพีจะเติบโตได้สูงถึง 3% ต้องปรับลดประมาณการลงเหลือ 1.5%
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะการเยียวยาและการปรับเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) จะช่วยพยุงให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวได้สูงสุดที่ประมาณ 2% โดยมีการบริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
ในส่วนของการ “สร้างมาตรฐานใหม่” ของค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ 19 รายการ ใน 4 กลุ่มหลัก เพื่อลดภาระให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการ SME โดยมีผลบังคับใช้ทั้งหมดภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคารเพียง 1.5-2% เท่านั้น