Post Today
กัมพูชานำข้อพิพาททะเลไทยสู่กลไกยูเอ็น หวังคลี่คลายปมพลังงาน 3 แสนล้านดอลลาร์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กัมพูชาเดินหน้ากระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ หลังไทยยกเลิกกรอบเจรจาปี 2544 ปมพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยที่อุดมด้วยก๊าซและน้ำมันมหาศาล
Key facts
- กัมพูชาประกาศเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนว่า ได้แจ้งต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และประเทศไทยอย่างเป็นทางการถึงการเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
- ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าพื้นที่ดังกล่าวมีทรัพยากรก๊าซธรรมชาติสำรองเกือบ 12 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต รวมถึงแหล่งน้ำมันจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 10 ล้านล้านบาท
- ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังรัฐบาลไทยตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงปี 2544 กับกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียวเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเดิมเป็นกรอบความร่วมมือสำหรับการเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่พิพาทในอ่าวไทยที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิทับซ้อนกัน
- แม้ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม หลังการปะทะกันสองรอบตามแนวชายแดนความยาว 817 กิโลเมตรในปีที่ผ่านมา แต่ความไม่ไว้วางใจยังคงดำรงอยู่
Summary
การยกเลิกข้อตกลงของไทยเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่เพิ่มสูงขึ้น หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้รับเลือกตั้งกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกสมัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในคำมั่นสำคัญระหว่างการหาเสียงคือการทบทวนแนวทางจัดการข้อพิพาทกับกัมพูชา ภายหลังเกิดการปะทะกันตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศถึงสองครั้งในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
กัมพูชาประกาศเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนว่า ได้แจ้งต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และประเทศไทยอย่างเป็นทางการถึงการเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหาทางยุติข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลที่ยืดเยื้อมานานกับประเทศไทย
สมเด็จ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาให้สอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไทยยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการต่อกรณีดังกล่าว