Thansettakij
'แก้วสรร' วิเคราะห์ 'ระบอบทักษิณ vs สีน้ำเงิน' ต่างกันที่ตรงไหน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดบทวิเคราะห์จาก "แก้วสรร อติโพธิ" ชี้ชัดทำไมพรรคสีน้ำเงินยังห่างไกลคำว่า "ระบอบ" เผยความต่างเชิงสังคมวิทยาการเมือง ระหว่างการขยายอิทธิพลในระบบราชการ กับการจัดตั้งคอรัปชั่นเชิงนโยบายในอดีตที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ของชาติ
Key facts
- ระบอบทักษิณ: ครบ 4 ปัจจัยอำนาจ วนซ้ำเป็นพลวัต
- ชี้ชัดทำไมพรรคสีน้ำเงินยังห่างไกลคำว่า "ระบอบ"
- แก้วสรรยังยกตัวอย่างที่น่าสนใจว่า คนเลวและรัฐมนตรีเลวในยุครัฐบาลระบอบทักษิณ ยังคงมีอำนาจหากินอยู่ในรัฐบาลอนุทินเช่นเดิม โดยแนะให้ลองสืบค้นกรณีโครงการสร้างโรงพยาบาลใหม่ให้หาดใหญ่หลังน้ำท่วม ที่ปรากฏว่ามีที่ปรึกษาพยายามเรียกเงินทอนถึง 30%
- มีความหมายเฉพาะและหนักแน่นกว่าที่หลายคนเข้าใจ หมายถึงองค์ประกอบของการปกครองทั้งหมดที่ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ อุดมคติที่เป็นความคิดพื้นฐาน ความเคลื่อนไหวชี้นำในสังคม และระบบอำนาจที่จัดตั้งไว้ในโครงสร้างการปกครอง
Summary
แก้วสรรชี้ว่าจุดต่างสำคัญคือลักษณะการคอร์รัปชัน โดย "ระบอบทักษิณ" เป็นการทุจริตเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบเพื่อแปรรูปทรัพย์สินของชาติเป็นของส่วนตัว ขณะที่ "สีน้ำเงิน" เป็นการทุจริตระดับบุคคลที่ยังไม่ถึงขั้นขายชาติ
เขาโต้แย้งว่าการใช้คำว่า "ระบอบสีน้ำเงิน" ไม่ถูกต้องตามหลักรัฐศาสตร์ เพราะขาดองค์ประกอบของ "ระบอบ" ที่แท้จริง แต่คำว่า "ระบอบทักษิณ" ใช้ได้ เพราะมีการหมุนเวียนปัจจัยอำนาจ (เงิน, อำนาจ, การชี้นำ, ความสวามิภักดิ์) อย่างเป็นระบบ
"การใช้คำว่าระบอบสีน้ำเงินในทางวิชาการนั้นไม่ถูกต้อง" แก้วสรรระบุ พร้อมเสริมว่าหากต้องการประเมินเจตนาที่แท้จริงของผู้ใช้คำนี้ ต้องไปดูบริบทในโลกโซเชียลของฝ่ายสีส้มด้วยว่ามีนัยยะโจมตีสถาบันหรือไม่