Thairath
เลขาฯ สมช.ปัดปล่อยชิลปัญหาความมั่นคง ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีชั้นความลับ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เลขาฯ สมช. น้อมรับคำวิจารณ์ “พล.ท.ภราดร” ปัดปล่อยชิลแก้ปัญหาความมั่นคง ชี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีชั้นความลับ ยัน เดินหน้าขับเคลื่อนแก้ปมชายแดนไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้เข้มข้น
Key facts
- เลขาฯ สมช. น้อมรับคำวิจารณ์ “พล.ท.ภราดร”
- มาดำเนินการอยู่แล้ว และยึดถือการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการจัดทำนโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2568-2570 ได้ยึดโยงจากทั้งภาครัฐ ประชาชน และประชาสังคมร่วมกัน มีรายละเอียด เป้าหมาย วัตถุประสงค์ หน่วยงานรับผิดชอบที่ชัดเจน
- รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวผ่าน สมช. อย่างครบถ้วน ไม่ได้ทำงานชิลตามที่ พล.ท.ภราดร ระบุ
- นอกจากนี้งานความมั่นคงนั้นมีบางเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและมีเรื่องแทรกซ้อนมากมาย จึงไม่ควรพูดทั้งหมดต่อสาธารณะ เพราะคู่ขัดแย้งอาจเอาไปแสวงหาประโยชน์ได้”
Summary
วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) และอดีตเลขาฯ สมช. วิจารณ์ต่อเลขาธิการ สมช. คนปัจจุบัน และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทำงานชิล สอบตกแก้ปัญหาความมั่นคง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า พร้อมน้อมรับคำวิจารณ์ แต่ยืนยันไม่ได้ปล่อยตามสบาย ทุกอย่างมีทั้งนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง เป้าหมาย
“รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวผ่าน สมช. อย่างครบถ้วน ไม่ได้ทำงานชิลตามที่ พล.ท.ภราดร ระบุ นอกจากนี้งานความมั่นคงนั้นมีบางเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและมีเรื่องแทรกซ้อนมากมาย จึงไม่ควรพูดทั้งหมดต่อสาธารณะ เพราะคู่ขัดแย้งอาจเอาไปแสวงหาประโยชน์ได้”
เลขาธิการ สมช. กล่าวต่อไปว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของไทยมีเป้าหมายปกป้องอธิปไตย นำดินแดนที่เป็นของไทยกลับคืนมา และสถาปนาความมั่นคงชายแดน โดยมีแนวทางด้านการทหาร เปิดช่องการปฏิบัติการทางการทหารที่เปิดกว้างตามความจำเป็นของสถานการณ์ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอธิปไตย หรือยับยั้งการใช้กำลังทหารของกัมพูชา ส่วนด้านการต่างประเทศ มีการเจรจาทวิภาคีเป็นหลัก เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายที่สาม คงระดับความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ปัญหาด้วยกัน