Krungthep Turakij
2 ผู้มากบารมี 2 ระบอบ จาก 'สว.สายชิน' สู่ 'สว.สีน้ำเงิน'
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปรียบเทียบสภาสูง 2 ระบอบ ยุค “ทักษิณ” สู่ครูใหญ่ “เนวิน” เปลี่ยนจาก “สว.สายชิน” เป็น “สว.สีน้ำเงิน”
Key facts
- ที่ผูกโยงจาก สว.สีน้ำเงิน ถึง การแต่งตั้งองค์กรอิสระ รวมถึงบทบาท สว.สีน้ำเงิน ในฐานะองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ 2560 ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
- ก้าวขึ้นเป็นประธานวุฒิสภา 5 มี.ค.2547 ก็เริ่มเห็นการรวมตัวของ สว.จำนวน 80 คน แสดงตัวเป็น “สว.สายชิน”
- อีกด้านหนึ่ง นสพ.ผู้จัดการรายวัน ฉบับ 8 มี.ค.2543 ได้รายงานว่า วุฒิสมาชิก 200 คน ตรวจพบว่า 117 คน มีความสัมพันธ์ทั้งทางตรงทางอ้อมกับหลายพรรคการเมือง แยกเป็นประชาธิปัตย์ 41 คน ไทยรักไทย 29 คน ความหวังใหม่ 17 คน ชาติไทย 12 คน และชาติพัฒนา 10
- อย่างวันที่ 31 พ.ค.2548 สุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ เนื่องในโอกาสปิดสมัยประชุมสภา โดยเชิญ ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้นร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย มี สว.มาร่วมงานเลี้ยงประมาณ 80 คน
- วันที่ 14 เม.ย.2549 มีการเลือกตั้ง สว.ชุดที่ 9 ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งนี้ได้มีการตั้งฉายาว่า “ สภาผัวเมีย ”
- ในที่สุด กระแสชุมนุมต้านระบอบทักษิณ ถูกยกระดับการขับไล่รัฐบาลทักษิณ และกลายเป็นเหตุแห่งการทำรัฐประหาร 19 ก.ย.2549
- (ปี 2543-2549) เป็นต้นแบบของสภาสูง ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่พลันที่ “ สุชน ชาลีเครือ ”
- ส่องลึก สว.สายชิน แค่ตั้งไข่ “ ระบอบทักษิณ ”
Summary
นักรัฐศาสตร์ต่างยอมรับว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ทำให้พัฒนาการของที่มา สว. มีความยึดโยงกับประชาชนมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่เป็น “สว.แต่งตั้ง”
นับแต่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน สาดวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่ผูกโยงจาก สว.สีน้ำเงิน ถึง การแต่งตั้งองค์กรอิสระ รวมถึงบทบาท สว.สีน้ำเงิน ในฐานะองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ 2560 ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
แกนนำพรรคภูมิใจไทยบางคน มักจะพูดกับ สส.ว่า มีความมั่นใจในองคาพยพของตัวเอง เพราะไม่ได้มีเพียง “สภาล่าง” หากแต่ยังรวมถึง “สภาสูง” มินับสิ่งที่ผู้คนพูดถึงว่า “ รัฐพันลึก ”