Matichon
ETDA ดัน Digital ID เป็น Trust Infrastructure ประเทศ เชื่อม e-Service รัฐกว่า 1,797 บริการ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของกระทรวงดิจิทัลฯ ETDA มุ่งผลักดันให้ Digital ID เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศที่ช่วยเชื่อมโยง “ตัวตน” กับ “บริการดิจิทัล” ทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยงจากการปลอมแปลงตัวตนและการฉ้อโกงทางออนไลน์
Key facts
- เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของกระทรวงดิจิทัลฯ ETDA มุ่งผลักดันให้ Digital ID
- นายชัยชนะ กล่าวว่า ปัจจุบัน ETDA ดำเนินงานภายใต้กรอบ Digital ID Framework ระยะที่ 2 (ปี 2568-2570) โดยมีเป้าหมายผลักดัน Digital ID ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ รองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ในทุกภาคส่วน ผ่านการกำกับดูแลตามกฎหมาย Digital ID
- นายชัยชนะ กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับปี 2569 ETDA ตั้งเป้าขยายการใช้งาน Digital ID ไปยังกลุ่มที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการดิจิทัล โดยเฉพาะกลุ่มนิติบุคคล คนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งในส่วนของนิติบุคคล
- ปี 2569 จะเป็นปีที่ ETDA เดินหน้าจากการร่วมวางรากฐานไปสู่การร่วมขยายผล Digital ID ให้เกิดการใช้งานจริงมากขึ้น ทั้งในบริการภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ กลุ่มคนต่างด้าว และกลุ่มเปราะบาง พร้อมกับการขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล
Summary
นายชัยชนะ ระบุว่า ขณะเดียวกัน ETDA ยังได้ผลักดันการเชื่อมโยงระบบ Digital ID ผ่านบริการ ThaID เข้ากับ e-Service ภาครัฐแล้วกว่า 1,797 บริการ ครอบคลุมบริการสำคัญ อาทิ การเสียภาษี การย้ายทะเบียนบ้าน การจองทะเบียนรถ การชำระค่าน้ำค่าไฟ และการตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล ส่งผลให้ปัจจุบันมีบัญชีผู้ใช้งาน Digital ID ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ThaID, ทางรัฐ, หมอพร้อม, เป๋าตัง และ NDID สะสมกว่า 162.63 ล้านบัญชี (ข้อมูล ณ เมษายน 2569) และพร้อมขยายการใช้งานไปยัง e-Service ภาคเอกชน
นายชัยชนะ กล่าวว่า ปัจจุบัน ETDA ดำเนินงานภายใต้กรอบ Digital ID Framework ระยะที่ 2 (ปี 2568-2570) โดยมีเป้าหมายผลักดัน Digital ID ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ รองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ในทุกภาคส่วน ผ่านการกำกับดูแลตามกฎหมาย Digital ID การกำหนดมาตรฐาน และการสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดมีผู้ให้บริการ Digital ID ที่ได้รับใบอนุญาตแล้ว 28 ใบอนุญาต จาก 23 หน่วยงาน และมีผู้ให้บริการ Sub Certification Authority (Sub CA) ที่ผ่านการรับรองจาก National Root
ส่วนกลุ่มคนต่างด้าว มุ่งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้ามาท่องเที่ยว ทำงาน ลงทุน ศึกษา หรือพำนักในประเทศไทย ให้เข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคน เข้าเมือง กรมการปกครอง กรมศุลกากร พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อการพิสูจน์ตัวตนคนต่างด้าวที่เข้ามาในไทย