The Standard
กัมพูชาเดินหน้ากลไกประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS คืออะไร ไทยได้หรือเสียประโยชน์?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ประกาศในวันนี้ (2 มิถุนายน) ว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการต่อประเทศไทยและเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ( United Nations Convention on the Law Of the Sea ) เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลของไทยและกัมพูชา โดยอ้างเหตุผลจากการที่รัฐบาลไทยยกเลิก MOU 2544 จึงทำให้
Key facts
- นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ประกาศในวันนี้ (2 มิถุนายน) ว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการต่อประเทศไทยและเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation)
- การประนอมภาคบังคับเป็นหนทางเดียวที่ติมอร์ เลสเตสามารถใช้ในการเจรจากับออสเตรเลียเกี่ยวกับเขตแดนถาวรได้ เนื่องจากในเดือนมีนาคมปี 2002 หรือ 2 เดือนก่อนที่ติมอร์-เลสเตจะได้รับเอกราช และเตรียมให้สัตยาบันในอนุสัญญา UNCLOS
- การทำหน้าที่ของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย จะมีความคล้ายกระบวนการในศาล ต่างกันที่คณะกรรมการไกล่เกลี่ยไม่มีอำนาจทำคำตัดสินที่มีผลชี้ขาดหรือมีผลผูกพัน แต่จะจัดทำรายงานที่มีลักษณะเป็นข้อแนะนำให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน นับแต่ตั้งคณะกรรมการ
- ฮุน มาเนต ยังยกตัวอย่างกรณีของติมอร์ เลสเตและออสเตรเลีย ซึ่งแก้ไขข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลได้สำเร็จผ่านกระบวนการที่คล้ายคลึงกันในปี 2018 และกล่าวว่า
Summary
ผู้นำกัมพูชายืนยันว่า การเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับไม่ใช่การยกระดับความขัดแย้ง และไม่ได้หมายถึงการละทิ้งการเจรจา แต่เป็นการเปลี่ยนไปสู่กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่การกระทำฝ่ายเดียว แต่เป็นการพยายามแก้ไขข้อพิพาทด้วยความสุจริตใจ
ขณะที่อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความเห็นต่อท่าทีดังกล่าวของกัมพูชา โดยกล่าวว่า “ไทยไม่ต้องแก้เกมใดๆ ต่อความเคลื่อนไหวของกัมพูชาในการพูดคุยกับนานาชาติ” และ “รัฐบาลไทยจะดำเนินการในแบบของไทย โดยรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ รวมถึงยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคงของประเทศ”
การทำหน้าที่ของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย จะมีความคล้ายกระบวนการในศาล ต่างกันที่คณะกรรมการไกล่เกลี่ยไม่มีอำนาจทำคำตัดสินที่มีผลชี้ขาดหรือมีผลผูกพัน แต่จะจัดทำรายงานที่มีลักษณะเป็นข้อแนะนำให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือน นับแต่ตั้งคณะกรรมการ เพื่อให้คู่พิพาทนำไปใช้เป็นฐานในการเจรจาระงับข้อพิพาทต่อไป