BBC Thai
กัมพูชาเผยได้แจ้งไทย-ยูเอ็นเพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับ กรณีพื้นที่ OCA ในทะเลแล้ว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ทางการกัมพูชาเปิดเผยวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่าได้เริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) อย่างเป็นทางการ เพื่อเดินหน้ายุติข้อพิพาทกับไทยในกรณีพื้นที่อ้างสิทธิ์ไหล่ทวีปทับซ้อนในอ่าวไทยแล้ว
Key facts
- ทางการกัมพูชาเปิดเผยวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่าได้เริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) อย่างเป็นทางการ เพื่อเดินหน้ายุติข้อพิพาทกับไทยในกรณีพื้นที่อ้างสิทธิ์ไหล่ทวีปทับซ้อนในอ่าวไทยแล้ว
- ประเมินว่ามีก๊าซธรรมชาติประมาณ 11-12 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตและปิโตรเลียมราว 700 ล้านบาร์เรล มูลค่าประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.6 ล้านล้านบาท) อยู่ใต้พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนดังกล่าว
- นอกจากทางการกัมพูชาจะมีจดหมายข่าวที่ทางการกัมพูชาแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ใน เฟซบุ๊กของสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชายังออกแถลงการณ์ ระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังประเทศไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ
- ในแถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุถึงกรณีก่อนหน้านี้ที่เคยมีการใช้กระบวนการนี้เพื่อยุติข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลระหว่างติมอร์-เลสเตกับออสเตรเลียจนสามารถบรรลุข้อยุติได้ในปี 2018
Summary
การตัดสินใจบันทึกทำความเข้าใจฯ ซึ่งใช้มากกว่า 20 ปี เกิดขึ้นหลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก โดยทาง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจง 3 เหตุผลว่าตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา มีการเจรจาเพียง 5 ครั้ง แต่ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตาม MOU 44 ได้เลย นอกจาก MOU 44 "จะไม่สร้างประโยชน์" แล้ว ยังทำให้เกิดข้อพิพาทและความหวาดระแวงระหว่างสองประเทศ จึงจำเป็นต้องวางกรอบการเจรจาใหม่ เพื่อลดความขัดแย้งและเปิดทางให้ใช้ทรัพยากรร่วมกันได้จริง
นอกจากทางการกัมพูชาจะมีจดหมายข่าวที่ทางการกัมพูชาแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ใน เฟซบุ๊กของสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชายังออกแถลงการณ์ ระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังประเทศไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea - UNCLOS) แล้ว
"เราได้ดำเนินการขั้นตอนนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ" สมเด็จฮุน มาเนต กล่าว