iLaw
เทียบพัฒนาการข้อเสนอ “ภูมิใจไทย” เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างปี 69 เพิ่มหน้าที่ สสร. สำรอง-เปลี่ยนเกณฑ์สว. เห็นชอบ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
20 พฤษภาคม 2569 พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นเสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อประธานรัฐสภา โดยมี สาระสำคัญ สองประเด็นใหญ่ คือ กำหนดให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกของรัฐสภา และให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างน้อย 1 ใน 4 เพิ่มมาจากเกณฑ์เสียงเห็นชอบของรัฐสภามากกว่ากึ่งหนึ่ง
Key facts
- โมเดล สสร. รูปแบบนี้มีส่วนคล้ายกับ รูปแบบของ สสร. ในปี 2539 ที่ถือกำเนิดเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่กำหนดให้มี สสร. 99 คน แบ่งเป็นสสร. จังหวัดที่มาจากการสมัครโดยตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ หากมีผู้สมัครเกิน 10 คน
- แม้จะมีหลักเกณฑ์ที่เหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยปี 2568 และปี 2569 คือจำนวน สสร. ที่ฉบับปี 2569 เพิ่มขึ้นมา 1 คน และเปลี่ยนแปลงสัดส่วน สสร. ผู้เชี่ยวชาญ ดังตาราง
- สู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว จะพบว่ากรอบเวลาสำหรับการพิจารณาเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามข้อเสนอในปี 2569 จะรวดเร็วกว่าที่เคยเสนอในปี 2568 ซึ่งไม่สามารถกำหนดเวลาอย่างเร็วที่สุดที่ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะมีผลใช้บังคับได้
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทยเมื่อปี 2568 ระบุเกณฑ์เสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ว่า นอกจากจะได้เสียงเห็นชอบเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภาแล้ว ยังต้องได้เสียงเห็นชอบจาก สว. อย่างน้อย 1 ใน 5 ของจำนวนสว. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
- หากพิจารณาเฉพาะร่างที่เสนอเข้าพิจารณาในวาระรับหลักการ จะเห็นว่า ร่างฉบับปี 2569 กำหนดเกณฑ์เสียงเห็นชอบของวุฒิสภามากกว่าที่เคยเสนอเมื่อปี 2568 ส่วนเงื่อนไขการพิจารณาที่รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรายละเอียดได้น้อยกว่าฉบับปี 2568
Summary
ก่อนหน้านี้ใน เดือนตุลาคม 2568 พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้สภาวะทางการเมืองที่ผันผวน และกรอบเวลาการยุบสภาที่มาจากบันทึกข้อตกลงระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย โดยมีสาระสำคัญที่คล้ายคลึงกันกับร่างในปี 2569 ซึ่งอาจทำให้เข้าใจได้ว่า ร่างพรรคภูมิใจไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ยกร่างในสถานการณ์ที่เร่งด่วน และกลายมาเป็นฐานคิดของการยกร่างข้อเสนอใหม่ในปี 2569
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทยทั้งสองฉบับระบุว่า ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สสร. จังหวัด มาจากการสมัครโดยตรงของประชาชน และ สสร. ผู้เชี่ยวชาญ โดยแบ่งสัดส่วนระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ และผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ
โมเดล สสร. รูปแบบนี้มีส่วนคล้ายกับ รูปแบบของ สสร. ในปี 2539 ที่ถือกำเนิดเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ที่กำหนดให้มี สสร. 99 คน แบ่งเป็นสสร. จังหวัดที่มาจากการสมัครโดยตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ หากมีผู้สมัครเกิน 10 คน ให้ผู้สมัครเลือกกันเองให้ได้ 10 คน เพื่อส่งรายชื่อให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือจังหวัดละ 1 คน โดยเมื่อปี 2539 ประเทศไทยแบ่งเขตการปกครองเป็น 76 จังหวัด (รวม กรุงเทพมหานคร ) ก่อนที่จะจัดตั้ง จังหวัดบึงกาฬ เมื่อปี 2554 ส่งผลให้เวลาต่อมาประเทศไทยมี 77 จังหวัด