Krungthep Turakij
เมื่อวัดกลายเป็นที่พักใจของคนจีนรุ่นใหม่ และพื้นที่ความหวังของพ่อแม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวัดกลายเป็นที่พักใจของคนจีนรุ่นใหม่ และพื้นที่ความหวังของพ่อแม่ เขียนโดย ดร. ภากร กัทชลี อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเจ้าของเพจอ้ายจง ผู้เชี่ยวชาญจีน
Key facts
- วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาเป็น วันวิสาขบูชา วันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของพุทธศาสนิกชนไทย เป็นวันที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางเข้าวัด ทำบุญ ฟังธรรม และเวียนเทียน หลายคนใช้โอกาสนี้พักจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวันเพื่อกลับมาทบทวนจิตใจของตนเอง
- ในช่วงปลายทศวรรษ 2010 สังคมจีน จึงเริ่มมีคำศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่ออธิบายความรู้สึกของคนรุ่นนี้ หนึ่งในคำที่โด่งดังที่สุดคือ 佛系青年 (ฝอซี่ชิงเหนียน) หากแปลตรงตัว จะแปลว่า “เยาวชนสายพุทธ”
- ผู้เขียนมีโอกาสได้อ่านงานวิจัยเรื่อง Buddhism Without Belonging: Functional and Digital Forms of Religious Engagement Among Chinese Youth ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Religions เมื่อปี 2025 พบว่ามีผลลัพธ์ที่น่าสนใจมาก โดยเขาสำรวจคนจีนรุ่นใหม่กว่า
- ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยิ่งชัดเจนขึ้นหลังการระบาดของโควิด-19 ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงต่อเศรษฐกิจ แต่ยังสั่นคลอนความมั่นใจของคนรุ่นใหม่ต่ออนาคตอย่างรุนแรง หลายคนเรียนจบในช่วงที่บริษัทหยุดรับคน หลายคนถูกเลิกจ้าง
Summary
วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาเป็น วันวิสาขบูชา วันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของพุทธศาสนิกชนไทย เป็นวันที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางเข้าวัด ทำบุญ ฟังธรรม และเวียนเทียน หลายคนใช้โอกาสนี้พักจากความเร่งรีบของชีวิตประจำวันเพื่อกลับมาทบทวนจิตใจของตนเอง ขณะที่อีกฟากหนึ่งของเอเชีย วันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งตรงกับวันนี้ กลับเป็นวันสำคัญอีกแบบหนึ่งของจีน เพราะเป็น 六一儿童节 (ลิ่วอีเอ๋อถงเจี๋ย) หรือ วันเด็กแห่งชาติ วันที่เด็กและเยาวชนถูกยกให้เป็นศูนย์กลางของสังคมจีน ทั้งโรงเรียน สื่อมวลชน และหน่วยงานของรัฐต่างพากันพูดถึงอนาคตของประเทศผ่านคนรุ่นใหม่
แม้คนไทยจำนวนมากอาจคุ้นเคยกับภาพวันวิสาขบูชาในฐานะวันหยุดราชการที่ผู้คนเข้าวัดทำบุญกันทั่วประเทศ แต่ในความเป็นจริงยังคงมีคนจีนไม่น้อยที่ยังคงให้ความสำคัญกับวันสำคัญทางพุทธศาสนาเช่นกัน เพียงแต่รูปแบบและช่วงเวลาที่ใช้ยึดถืออาจแตกต่างจากประเทศพุทธเถรวาทอย่างไทย ในภาษาจีนวันประสูติพระพุทธเจ้ามักถูกเรียกว่า 佛诞日 (ฝอตั้นรื่อ) หรือ “วันประสูติพระพุทธเจ้า” ขณะที่อีกชื่อหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ 浴佛节 (ยวี่ฝอเจี๋ย) หรือ “เทศกาลสรงน้ำพระพุทธเจ้า”
หากย้อนกลับไปเพียงสิบหรือสิบห้าปีก่อน ภาพจำของการเข้าวัดในจีนยังคงผูกอยู่กับผู้สูงอายุ ผู้แสวงบุญ หรือผู้ที่มีศรัทธาทางศาสนาโดยตรง มากกว่าจะเป็นคนจีนในวัยยี่สิบหรือสามสิบต้นๆ ที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยหรือกำลังทำงานในบริษัทเทคโนโลยี แต่จีนในปัจจุบันไม่ใช่จีนแบบเดิมอีกต่อไป สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพียงโครงสร้างเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี หากแต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นใหม่กับความหมายของชีวิตด้วย