Krungthep Turakij
ดีเดย์ใช้จ่ายวันแรก "ไทยช่วยไทยพลัส" 3 ชั่วโมง ยอดทะลุ 170 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 มิ.ย.) เมื่อเวลา 9.00 น. นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทีมงานลงพื้นที่สำรวจตลาดสดธนบุรี เพื่อติดตามความพร้อมและบรรยากาศการใช้จ่ายวันแรกของโครงการ " ไทยช่วยไทยพลัส " โดยมีตัวแทนจากธนาคาร กรุงไทย ในฐานะผู้พัฒนาระบบเบื้องหลังร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย
Key facts
- ในด้านความพร้อมของระบบและตัวเลขผู้เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมแล้วประมาณ 26.5 ล้านคน ซึ่งถือว่ามีการจัดเตรียมสิทธิไว้เพียงพอโดยที่ประชาชนไม่ต้องแย่งกันลงทะเบียน
- นายเอกนิติ เปิดเผยจากการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินตลาดว่า เป้าหมายหลักของโครงการนี้ไม่ใช่เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการช่วยเหลือและ ลดค่าครองชีพ
- นายเอกนิติ กล่าวเน้นย้ำว่า โครงการในครั้งนี้มีการเปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับร้านค้าผ่าน ระบบ AI ที่มีชื่อว่า "นกกระซิบ"ซึ่งฝังตัวอยู่ในแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน"
- แบบอัตโนมัติ ระบบนี้จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขายให้พ่อค้าแม่ค้าโดยตรง เช่น สินค้าใดขายดี ช่วงเวลาใดขายดีที่สุด และวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนราคาสินค้า เพื่อให้ร้านค้าสามารถวางแผนการจัดเตรียมสินค้าได้อย่างแม่นยำ
Summary
นายเอกนิติ กล่าวเน้นย้ำว่า โครงการในครั้งนี้มีการเปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับร้านค้าผ่าน ระบบ AI ที่มีชื่อว่า "นกกระซิบ"ซึ่งฝังตัวอยู่ในแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" แบบอัตโนมัติ ระบบนี้จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขายให้พ่อค้าแม่ค้าโดยตรง เช่น สินค้าใดขายดี ช่วงเวลาใดขายดีที่สุด และวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนราคาสินค้า เพื่อให้ร้านค้าสามารถวางแผนการจัดเตรียมสินค้าได้อย่างแม่นยำ
โดยรูปแบบของโครงการ รัฐจะช่วยสมทบค่าใช้จ่ายให้ 60% ของราคาสินค้ากำหนดสิทธิสมทบจากรัฐสูงสุดวันละ 200 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินที่ประชาชนจ่ายเองจะสามารถซื้อสินค้าได้ 333 บาทต่อวัน และจำกัดสิทธิที่เดือนละ 1,000 บาท โดยไม่สามารถสะสมยอดข้ามวันได้ รัฐบาลเชื่อมั่นว่า วงเงินดังกล่าวเพียงพอต่อการซื้อของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน
นายเอกนิติ เปิดเผยจากการพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินตลาดว่า เป้าหมายหลักของโครงการนี้ไม่ใช่เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นการช่วยเหลือและ ลดค่าครองชีพ ให้กับประชาชนโดยตรงเนื่องจากปัจจุบันเกิดวิกฤตของแพงทั่วโลกซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสงครามในตะวันออกกลาง