The Standard
เวียดนามปราบคอร์รัปชันอย่างไร : บันไดที่ ‘โต เลิม’ ใช้ขึ้นสู่อำนาจ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้นำสูงสุดเวียดนาม ‘โต เลิม’ (Tô Lâm) ที่เพิ่งเดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมนี้ คือ ผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเวียดนามในขณะนี้ โดยนั่งควบสองตำแหน่งสำคัญ ทั้งการเป็นเบอร์หนึ่งของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ในฐานะเลขาธิการใหญ่ของพรรคฯ และตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ
Key facts
- ผู้นำสูงสุดเวียดนาม ‘โต เลิม’ (Tô Lâm) ที่เพิ่งเดินทางมาเยือนไทยระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมนี้ คือ ผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดของเวียดนามในขณะนี้ โดยนั่งควบสองตำแหน่งสำคัญ ทั้งการเป็นเบอร์หนึ่งของ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม
- ที่ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของพรรคฯ และรัฐ (เช่น ความเชื่อมโยงกับคดีรับสินบนจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ (Phuc Son Group) เมื่อครั้งที่เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ ประจำจังหวัดกว๋างหงาย (Quang Ngai) ช่วงปี 2011–2013)
- นำกฎ “กิ่งไม้แห้งและกิ่งไม้สด” มาใช้อย่างเด็ดขาด
- ขอย้อนภาพของเวียดนามในช่วงที่มีปัญหาคอร์รัปชันอย่างหนัก ในช่วงปี 2006–2016 ที่ เหงียน เติ๊น สุง (Nguyễn Tấn Dũng) เป็นนายกรัฐมนตรีเวียดนาม รัฐบาลชุดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง นำไปสู่การทุจริตครั้งใหญ่
- คนแรก คือ เหงียน ซวน ฟุก (Nguyễn Xuân Phúc) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงปี 2021 – 2023 ถูกกดดันให้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงและรัฐมนตรีหลายคนภายใต้การบังคับบัญชา
- คนถัดมา คือ หวอ วัน เถือง (Võ Văn Thưởng) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้เพียง 1 ปีเศษ (ช่วงปี 2023 –2024) ถูกกดดันให้ต้องลาออก เนื่องจากละเมิดข้อบังคับของพรรคฯ และมี “ข้อบกพร่อง”
Summary
บทความนี้จะวิเคราะห์เส้นทางขึ้นสู่อำนาจของโต เลิม และกรณีศึกษาการปราบคอร์รัปชันในเวียดนามที่กลายเป็น ‘บันได’ สำคัญให้ โต เลิม ใช้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลเป็นอย่างมากได้อย่างไร
และที่ถูกจับตามากเช่นกัน คือ การเดินเกมการทูตเชิงรุกเร่งเดินสายไปพบปะผู้นำโลกหลายคน (นับเฉพาะช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 โต เลิม ได้เดินทางไปพบทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดีย รวมทั้งนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิของญี่ปุ่นที่มาเยือนเวียดนาม เป็นต้น)
ขอย้อนภาพของเวียดนามในช่วงที่มีปัญหาคอร์รัปชันอย่างหนัก ในช่วงปี 2006–2016 ที่ เหงียน เติ๊น สุง (Nguyễn Tấn Dũng) เป็นนายกรัฐมนตรีเวียดนาม รัฐบาลชุดนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง นำไปสู่การทุจริตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชันในรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ (SOEs) เช่น กรณี Vinashin รัฐวิสาหกิจต่อเรือ ที่ล้มละลายและมีหนี้สินมูลค่าสูงมาก มีการตรวจพบปัญหาการทุจริตภายในและการบริหารที่ผิดพลาด ผู้บริหารระดับสูงหลายคนถูกจำคุก และกรณี Vinalines