Prachachat
บุญบั้งไฟพนมไพร’69 สปอตไลต์ “ซอฟต์พาวเวอร์” บูมเศรษฐกิจท้องถิ่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หากเอ่ยถึงเทศกาลระดับแม่เหล็กของภาคอีสานในช่วงวันวิสาขบูชา “งานประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด” คือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่ถูกจับตามองในฐานะกรณีศึกษาของการเปลี่ยน “ทุนทางวัฒนธรรม” ให้กลายเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ทว่าภายใต้ภาพความอลังการของบั้งไฟนับร้อยที่ทะยานสู่ท้องฟ้า สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือกลไกการบริหารจัดการ อุปสงค์ของนักท่องเที่ยวที่ล้นทะลัก และความท้าทายในการยกระดับสู่สากลตามนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล
Key facts
- สถิติจำนวนบั้งไฟจำแนกตามขนาด ประจำปี 2569
- ซอฟต์พาวเวอร์บนฐานศรัทธา: นโยบายรัฐกับการขับเคลื่อนในพื้นที่จริง
- อีกหนึ่งแง่มุมที่น่าสนใจถูกสะท้อนผ่าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ณ บริเวณสาธารณสุขอำเภอพนมไพร ร่วมกับคณะผู้บริหาร ศธ. โดยมี นายชัชวาลย์
- สิ่งที่ทำให้งานบุญบั้งไฟพนมไพรแตกต่างและเป็นที่ยอมรับ คือขนาดของการจัดงานและจำนวนบั้งไฟที่มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยในรอบปี 2569 นี้ (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน)
- นอกห้องเรียน-ในชุมชน มิติการต่อยอดและกระจายรายได้
- โฮมสเตย์เต็มสะท้อนธุรกิจท้องถิ่นรับอานิสงส์
Summary
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงทิศทางนโยบายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมไทยในฐานะ “Soft Power” เพื่อต่อยอดเป็นพลังทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการผสานวิถีวัฒนธรรมเข้ากับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างวันวิสาขบูชา
ในแง่ของข้อเท็จจริง ประเพณีบั้งไฟพนมไพรไม่ได้เริ่มต้นจากแผนการตลาด แต่เกิดจากการรวมพลังของชุมชนในการทำบุญและถวายสักการะองค์พระมหาธาตุวัดกลางอุดมเวทย์ ซึ่งสะท้อนความผูกพันระหว่างวิถีเกษตรกรรม ภูมิปัญญางานช่างฝีมือ และพระพุทธศาสนาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน สิ่งเหล่านี้กลายเป็นรากฐานแข็งแกร่งที่รัฐบาลพยายามนำมาปรับใช้ในบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่
ปรากฏการณ์นี้ในทางเศรษฐศาสตร์สะท้อนภาพ 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือความต้องการ (Demand) ของนักท่องเที่ยวและชาวพนมไพรพลัดถิ่นที่หลั่งไหลกลับบ้านเกิดมีจำนวนมหาศาล แต่อีกด้านหนึ่งคือขีดความสามารถในการรองรับ (Capacity) ของระบบที่พักในอำเภอขนาดกลางที่ยังคงมีจำกัด ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญให้ท้องถิ่นต้องวางแผนพัฒนาต่อในอนาคต