Kaohoon
“ดาวโจนส์” ดิ่งกว่า 200 จุด น้ำมันพุ่งกดดัน หลังอิหร่านยุติเจรจาสหรัฐ-ปิดฮอร์มุซ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(1มิ.ย.69) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงกว่า 200 จุด โดย ณ เวลา 21.45 น. ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 50,829.99 จุด ลดลง 202.47 จุด หรือ 0.40% โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นแรง หลังอิหร่านประกาศยุติการเจรจากับสหรัฐฯ และดำเนินมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(1มิ.ย.69) ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงกว่า 200 จุด โดย ณ เวลา 21.45 น. ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 50,829.99 จุด ลดลง 202.47 จุด หรือ 0.40%
- ขณะเดียวกัน นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่า ได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลเพิ่มการควบคุมพื้นที่ในฉนวนกาซาจาก 60% เป็น 70% ของพื้นที่ทั้งหมด พร้อมระบุถึงความคืบหน้าของปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน
- ในทางกลับกัน หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นนิวเคลียร์ หรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ราคาน้ำมันอาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในสิ้นปีนี้
- รายงานยังระบุว่า อิหร่านและพันธมิตรได้ตกลงดำเนินมาตรการตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ รวมถึงเปิดแนวรบเพิ่มเติมในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทะเลอื่น เช่น ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อตลาดพลังงานโลก
Summary
ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะลุระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
โดยสำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ระงับการแลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐฯ ผ่านช่องทางคนกลาง เพื่อแสดงจุดยืนประท้วงต่อปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน พร้อมระบุว่าจะไม่มีการเจรจาเพิ่มเติมจนกว่าข้อเรียกร้องของอิหร่านเกี่ยวกับการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซาและเลบานอนจะได้รับการตอบสนอง
นายฮอร์เก ลีออน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy ระบุว่า นักลงทุนในตลาดพลังงานยังคาดหวังว่าจะมีข้อตกลงบางรูปแบบเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาล้มเหลวและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมารุนแรงอีกครั้ง ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 180 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรปและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย