← Back to KHAO

‘ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน’ โตต่อเนื่อง ทุบสถิติ New High รอบ 7 ปี สะท้อนเทรนด์ ‘บ้านยุคใหม่’ ต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยี

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เมื่อวันที่  1 มิถุนายน 2569  นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ‘ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน’ กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจบริการที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต อัตลักษณ์ และการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย สอดรับกับเทรนด์การออกแบบยุคใหม่ อาทิ สไตล์ Japandi ที่ผสมผสานความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นกับความอบอุ่นสไตล์สแกนดิเนเวีย

Key facts

Summary

เมื่อวันที่  1 มิถุนายน 2569  นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ‘ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน’ กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจบริการที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการตกแต่งเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต อัตลักษณ์ และการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย สอดรับกับเทรนด์การออกแบบยุคใหม่ อาทิ สไตล์ Japandi ที่ผสมผสานความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นกับความอบอุ่นสไตล์สแกนดิเนเวีย

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “จากการวิเคราะห์ข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน (รหัส TSIC 74101) พบว่า ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา (ปี 2562 - 2568) ธุรกิจฯ มีการจัดตั้งใหม่สูงกว่าการเลิกกิจการอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่รวม 3,129 ราย ขณะที่เลิกกิจการรวม 521 ราย หรือมีอัตราการจัดตั้งใหม่สูงกว่าการเลิกกิจการเฉลี่ยประมาณ 6 เท่า สำหรับปี 2568 ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ในรอบ 7 ปี โดยมีนิติบุคคลจัดตั้งใหม่จำนวน 512 ราย และมูลค่าทุนจัดตั้งใหม่รวม

“ปัจจุบันประเทศไทยมีธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายในที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจำนวนทั้งสิ้น 6,177 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 15,783 ล้านบาท โดยโครงสร้างธุรกิจมีลักษณะ ‘พีระมิด’ กล่าวคือ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (S) มีจำนวน 5,966 ราย คิดเป็น 96.58% ของธุรกิจทั้งหมด รองลงมาคือธุรกิจขนาดกลาง (M) จำนวน 182 ราย คิดเป็น 2.95% และธุรกิจขนาดใหญ่ (L) จำนวน 29 ราย คิดเป็น 0.47% แม้ธุรกิจรายใหญ่จะมีจำนวนไม่มาก แต่มีศักยภาพด้านเงินทุนสูงและสามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่ได้ดีกว่า

Read full article at Ban Muang →