Matichon
ชำแหละ ‘พิมพ์เขียว’ รื้อกติกาสู่รธน.ฉบับใหม่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างร่างของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ รวม 4 พรรค โดยพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์เสนอพรรคละ 2 ร่าง รวม 4 พรรคการเมือง จำนวน 6 ร่าง แต่ละร่างต่างออกแบบที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขอบเขตหมวด 1-2 และการเพิ่มอำนาจ ส.ว.ที่แตกต่างกันไป ทั้งยังเกิดวาทกรรมของพรรคฝ่ายค้านเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” โจมตีกลุ่มอำนาจการเมืองที่เชื่อมโยงกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและกลุ่ม ส.ว.สายสีน้ำเงิน
Key facts
- หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญระหว่างร่างของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ รวม 4 พรรค โดยพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์เสนอพรรคละ 2 ร่าง รวม 4 พรรคการเมือง จำนวน 6 ร่าง
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการทำประชามติที่ประชาชนได้ส่งเสียงมาแล้ว จากเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีความต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะโดยเนื้อหาอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะเรายังไม่ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ในเชิงความต้องการของสังคม
- วีระ หวังสัจจะโชค อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- พรรคเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562, 2566 จนมาถึง 2569 เปลี่ยนจากพรรคขนาดกลางกลายเป็นพรรคขนาดใหญ่
- ตัวอย่างหนึ่งคือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตกไปพร้อมกับการยุบสภาเมื่อปลายปี 2568 จริงๆ พรรคร่วมรัฐบาลสามารถนำมาปัดฝุ่นได้ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาครั้งแรก ก็ให้รัฐบาลยืนยันได้เหมือนที่รัฐบาลยืนยันกฎหมาย 30 กว่าฉบับ
- ถ้าดูรายละเอียดของแต่ละพรรคมีเงื่อนไขที่สำคัญอยู่คือ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2568 กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้ในหมวดที่ 1 และ 2 รวมไปถึงเรื่องของการที่จะไปหาผู้ร่างโดยตรงจากการเลือกของประชาชนนั้น ทำไม่ได้
Summary
โดยในร่างภูมิใจไทยจะไม่มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. แต่จะเป็นการคัดเลือกแต่ละจังหวัด 77 คน และผู้เชี่ยวชาญอีก 23 คน จนไปถึงการมีตัวสำรอง 30 คน เป็นกระบวนการที่จบโดยสภา ไม่มีการกลับมาให้ประชาชนคัดเลือกอีก ตรงนี้มีข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยที่บอกว่า ไม่สามารถเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ ทำให้ต้องมีกระบวนการที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น คือตัว ส.ส.ร.จะต้องได้สภาเป็นคนเลือก ร่างของภูมิใจไทย อาจไม่ค่อยกระทบเท่าไหร่นัก แต่ไปกระทบ 2 ร่างที่เหลือคือ ของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน
รัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลหลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้ เลยนำมาสู่ประเด็นทางการเมืองว่าใครจะเป็นคนควบคุมกติกาในการแก้ไข จะพบว่ามีพรรคการเมืองหลัก 3 พรรคที่มีข้อเสนอในการแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมา เห็นชัดๆ พรรคแกนนำรัฐบาล และก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นร่างตัวนี้แหละที่จะผ่าน คือร่างของพรรคภูมิใจไทย มีการแก้ไขที่มาของ ส.ส.ร.
การได้มาซึ่ง ส.ส.ร.ได้อย่างไร โจทย์ข้อ 1 คือจะต้องมีเสียงจากทั้งรัฐสภา ต้องได้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ลักษณะนี้ส่งผลให้ร่างของพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน แม้จะมีหลักการน่าสนใจยึดโยง ส.ส.ร.กับประชาชน อาจจะเป็นร่างที่ตกไปเป็นฉบับแรก เพราะทั้ง ส.ว.คงจะไม่โหวตให้ร่างของพรรคประชาชนอยู่แล้ว ปัญหาก็เลยกลับไปคุยกันว่าจะมีของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะได้หยิบมาคุยกัน เกิดการจับกุมพันธมิตรกันครั้งใหม่ ถ้าเราอยากเห็นการเลือก ส.ส.ร.ต้องเชียร์ให้พรรคประชาชนไปรวมกับพรรคเพื่อไทย