Siam Blockchain
FBI ยึด Bitcoin $8,000 ล้าน พร้อมรวบผู้ต้องหาเอี่ยวคดีต้มตุ๋น 300 คนใน 4 ประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 FBI ประกาศปฏิบัติการ “Operation Blackout” ยึด Bitcoin กว่า 127,000 BTC มูลค่าเกิน $8,000 ล้านทุบสถิติใหม่ในการริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งในช่วงเวลาที่ยึดอาจมีมูลค่าสูงถึง $15,000 ล้านก่อนราคา Bitcoin ปรับฐาน
Key facts
- วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 FBI ประกาศปฏิบัติการ “Operation Blackout” ยึด Bitcoin กว่า 127,000 BTC มูลค่าเกิน $8,000 ล้านทุบสถิติใหม่ในการริบทรัพย์สินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์รัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งในช่วงเวลาที่ยึดอาจมีมูลค่าสูงถึง $15,000 ล้านก่อนราคา Bitcoin ปรับฐาน
- หัวใจหลักของปฏิบัติการคือการจับกุม Chen Zhi CEO ของ Prince Holding Group กลุ่มธุรกิจกัมพูชาที่ซ่อนโครงข่ายต้มตุ๋นข้ามชาติไว้ภายใน พร้อมจับกุมผู้ต้องหารวมเกือบ 300 คนใน 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา, เมียนมา, ไทย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงช่วยเหลือ เหยื่อแรงงานบังคับเกือบ 2,000 คน ที่ถูกกักขังในสถานที่ปฏิบัติการ
- FBI รายงานว่าในปี 2568 เพียงปีเดียว การต้มตุ๋นคริปโตในสหรัฐฯ แตะสถิติสูงสุด $11,400 ล้านดอลลาร์ และมีการร้องเรียนเข้า IC3 กว่า 1 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 859,532 ครั้งในปีก่อน สะท้อนว่าการต้มตุ๋นกำลังขยายขนาดขึ้นในอัตราที่น่าเป็นห่วง
Summary
การที่ FBI ยึด Bitcoin ได้กว่า 127,000 BTC ในคราวเดียว อาจเกิดคำถามว่ารัฐบาลจะขายออกสู่ตลาดหรือไม่ ซึ่งระยะสั้นอาจสร้าง แรงกดดันการเทขายเล็กน้อย แต่ผลกระทบระยะยาวกลับเป็นในเชิงบวกมากกว่าเพราะปฏิบัติการระดับนี้ส่งสัญญาณชัดว่าประสิทธิภาพในการกวาดล้างอาชญากรรมนั้นสูงมาก แทบยึดของกลางได้ทั้งหมด ซึ่งช่วยสร้างสถานะของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่โปร่งใสกว่าเงินสดมากและดึงดูดสถาบันให้มั่นใจขึ้น
ผู้อำนวยการ FBI อย่าง Kash Patel ประกาศผลปฏิบัติการด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน: “เราได้ทลายกลุ่มธุรกิจกัมพูชาที่ซ่อนโครงข่ายต้มตุ๋นข้ามชาติไว้ภายใน พร้อมจับกุมผู้ต้องหารวมเกือบ 300 คนใน 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา, เมียนมา, ไทย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงช่วยเหลือ เหยื่อแรงงานบังคับเกือบ 2,000 คน ที่ถูกกักขัง.”
Operation Blackout สอนอะไรบางอย่างที่สำคัญมากสำหรับวงการคริปโต เพราะอาชญากรที่คิดว่า Bitcoin จะเป็น “ช่องทางการเงินที่ตรวจสอบไม่ได้”