Nation TV
สำนักงาน กสทช. ทลายโกดังวิทยุสื่อสารเถื่อน ยึดของกลางกว่า 20 ล้านบาท เตือนประชาชนเช็กร้านที่น่าเชื่อถือก่อนซื้อ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Key facts
- ประชาชนทั่วไป หรือร้านค้า ต้องใช้วิทยุสื่อสารประเภทเครื่องแดง (CB) ความถี่ 245 MHz หรือ 78 MHz เท่านั้น โดยเครื่องต้องมีกำลังส่งไม่เกิน 5 วัตต์ และต้องขอใบอนุญาตมีและใช้
- เลือกซื้อจากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ ผู้ประกอบการมีหน้าร้านชัดเจน หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์ และมีใบอนุญาต นำเข้า หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม จาก กสทช. แสดงให้เห็นชัดเจน
- สังเกตเครื่องหมายรับรองจาก กสทช. (NBTC ID) วิทยุสื่อสารที่ถูกกฎหมายต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและมีตราสัญลักษณ์ กสทช. พร้อมรหัสหมายเลขการรับรอง (เช่น Class A/B XXXX-XX-XXXX) ตัวเลขนี้สามารถนำไปตรวจสอบในระบบของ กสทช. ได้
- กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Tv Box) ตราอักษร MXQ รุ่น Pro 4K จำนวน 7 เครื่อง รวมอุปกรณ์ทั้งสิ้น 5,563 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมทั้งสิ้น 20,0477,759 บาท
- นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า วิทยุสื่อสารเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ ที่ต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกัน การครอบครองหรือใช้งานอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายมีบทลงโทษรุนแรงตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 หากมีการนำเข้า จำหน่าย
Summary
ได้เข้าตรวจค้นขบวนการลักลอบจำหน่ายวิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์โทรคมนาคมผิดกฎหมายรายใหญ่ หลังเข้าตรวจค้นคลังสินค้า และจุดกระจายสินค้าหลายจุดในพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสุมทรปราการ พบของกลางเป็นวิทยุสื่อสาร เครื่องรับ-ส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ดัดแปลงที่ไม่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน จำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท
นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ได้ตรวจพบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีการโฆษณาขายวิทยุสื่อสารราคาถูกผิดปกติ โดยไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องวิทยุคมนาคมจากสำนักงาน กสทช. จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลจนพบแหล่งจัดเก็บสินค้าขนาดใหญ่ (โกดังเช่า) โดยพบเครื่องวิทยุคมนาคมที่ไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Tv Box) และมีการปลอมแปลงสติ๊กเกอร์ครุฑรับรองมาตรฐานของสำนักงาน กสทช.
นายไตรรัตน์ เปิดเผยว่า วิทยุสื่อสารเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นความถี่ ที่ต้องมีการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนกัน การครอบครองหรือใช้งานอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายมีบทลงโทษรุนแรงตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 หากมีการนำเข้า จำหน่าย หรือผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่ครอบครอง หรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นกัน