Thairath
“ชัยชนะ” ซัดรัฐบาลปิดหูปิดตา คว่ำตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ไม่ฟังเสียงประชาชน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ชัยชนะ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซัดรัฐบาลปิดหูปิดตา หลังมติคว่ำตั้ง กมธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ อัด สส.ภาคใต้ฝ่ายรัฐบาล สิ่งสำคัญคือการรับฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่แค่คำสั่งจากผู้นำพรรค
Key facts
- วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ แสดงความผิดหวังภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ
- รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซัดรัฐบาลปิดหูปิดตา หลังมติคว่ำตั้ง กมธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ อัด สส.ภาคใต้ฝ่ายรัฐบาล สิ่งสำคัญคือการรับฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่แค่คำสั่งจากผู้นำพรรค
- การที่รัฐบาลปฏิเสธการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษารายละเอียดของโครงการ ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศและประชาชนภาคใต้โดยตรง”
- ขณะเดียวกัน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้ สส.ภาคใต้ในพรรคร่วมรัฐบาล ทบทวนจุดยืนของตนเอง และคำนึงถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่มากกว่าการยึดตามมติพรรค ซึ่ง สส.ภาคใต้ทุกคน ควรตระหนักว่าหน้าที่สำคัญคือการเป็นตัวแทนของประชาชน
Summary
“การที่รัฐบาลปฏิเสธการตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษารายละเอียดของโครงการ ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสในการรับฟังความคิดเห็นและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศและประชาชนภาคใต้โดยตรง”
นายชัยชนะ กล่าวว่า งบประมาณจำนวนมหาศาลดังกล่าวสามารถนำไปพัฒนาระบบเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนภาคใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่า โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอแนวทางการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ประชาชนในวงกว้าง อาทิ การก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้ เชื่อมจังหวัดนราธิวาสสู่กรุงเทพมหานคร การยกระดับระบบขนส่งทางรางด้วยรถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้าสำหรับขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
ขณะเดียวกัน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเรียกร้องให้ สส.ภาคใต้ในพรรคร่วมรัฐบาล ทบทวนจุดยืนของตนเอง และคำนึงถึงเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่มากกว่าการยึดตามมติพรรค ซึ่ง สส.ภาคใต้ทุกคน ควรตระหนักว่าหน้าที่สำคัญคือการเป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามมติทางการเมือง เพราะทุกการตัดสินใจในสภาฯ จะส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของคนภาคใต้และการพัฒนาประเทศในระยะยาว