The Standard
ยศชนันพาบุกห้องแล็บ TIGERS-X ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชมภารกิจวิศวกรไทยคุมสเปซแล็บผลิตยาบนอวกาศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
วานนี้ (29 พฤษภาคม) ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ TIGERS-X ณ ชั้น 5 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ติดตามความคืบหน้าภารกิจส่งชุดทดลองวิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทยขึ้นไปทำงานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
Key facts
- วานนี้ (29 พฤษภาคม) ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ TIGERS-X ณ ชั้น 5 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน
- การเดินชมห้องปฏิบัติการในวันนี้ ยังสะท้อนให้เห็นความพร้อมของประเทศไทย ปัจจุบัน Supply Chain สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศเราสามารถใช้ชิ้นส่วนจากธุรกิจในประเทศได้ถึง 100% ในขณะที่ศูนย์ทดสอบของไทยก็สามารถประเมินมาตรฐานได้สูงถึง 90% ของ NASA
- ไฮไลต์ของการเยี่ยมชมครั้งนี้ คือการเปิดระบบควบคุมการทำงานจริงที่เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบบการทำงานทั้งหมดถูกออกแบบมาให้กะทัดรัดและคล่องตัวสูง
- เป้าหมายหลักทางวิทยาศาสตร์คือการศึกษาปรากฏการณ์อิมัลชัน (Emulsification) เพื่อไขข้อสงสัยที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาใจมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นสำรวจอวกาศเมื่อ 60 ปีก่อน ว่าของเหลวที่เข้ากันไม่ได้อย่างน้ำกับน้ำมัน
Summary
หัวใจสำคัญของโครงการ TIGERS-X คือการใช้เทคโนโลยี Lab-on-a-chip (ห้องแล็บจิ๋วบนแผ่นชิป) ที่สามารถย่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีขนาดเล็กเท่าแผ่นนามบัตร และรวมชุดการทดลองทั้งหมดให้กะทัดรัดเท่าโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง เพื่อความคล่องตัวในการขนส่งทางอวกาศ
โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการฯ และ รศ.นพ.ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ผศ.ดร.วเรศ จันทร์เจริญ อาจารย์ผู้พัฒนาโครงการฯ เป็นผู้นำชมและอธิบายเบื้องหลังการทำงานแบบเจาะลึกทุกขั้นตอน
เป้าหมายหลักทางวิทยาศาสตร์คือการศึกษาปรากฏการณ์อิมัลชัน (Emulsification) เพื่อไขข้อสงสัยที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาใจมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นสำรวจอวกาศเมื่อ 60 ปีก่อน ว่าของเหลวที่เข้ากันไม่ได้อย่างน้ำกับน้ำมัน จะผสมกันออกมาในรูปแบบไหนเมื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง ซึ่งข้อมูลเชิงโมเลกุลที่ได้กลับมานี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนายาและอาหารทางการแพทย์ รวมถึงปูทางไปสู่งานวิจัยที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Organ-on-a-chip ในอนาคต