← Back to KHAO

มาร์ค ควงอนุชา ช่วยส.ก.พระนคร ลุยหาเสียงตรอกหม้อ งงเจอยกไวรัลดัง แซวใส่เสื้อดำ

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 9 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล นางการดี เลียวไพโรจน์ และ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วย น.ส.นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก.เขตพระนคร หาเสียงที่ตลาดตรอกหม้อ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยทุกคนส่วนใหญ่ต่างใส่เสื้อสีดำหาเสียง ทำให้มีประชาชนแซว

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค, นายสกลธี ภัททิยกุล นางการดี เลียวไพโรจน์ และ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ช่วย น.ส.นัชธนัญญ์ ทรัพย์ญาณกรณ์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก.เขตพระนคร หาเสียงที่ตลาดตรอกหม้อ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยทุกคนส่วนใหญ่ต่างใส่เสื้อสีดำหาเสียง ทำให้มีประชาชนแซว

นายอนุชากล่าวหลังลงพื้นที่ว่า เสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดในพื้นที่ต้องการให้การจัดระเบียบตลาดและทางเท้า ซึ่งเรื่องสตรีทฟู้ด ประชาชนมีความกังวลว่า กรุงเทพมหานครจะไม่ให้ขายของบนทางเท้า ซึ่งความจริงตนคิดว่า เรื่องของสตรีทฟู้ด กับคนกรุงเทพฯ สามารถอยู่ด้วยกันได้ เพียงแต่ต้องจัดระเบียบในพื้นที่ต่างๆ โดยลักษณะในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางพื้นที่ที่มีการเดินบนทางเท้าแคบๆ ก็ต้องเข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันในตรอกซอกซอย เช่น ตลาดตรอกหม้อ ที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการสัญจร และเป็นเสน่ห์ด้วยซ้ำ

นายอนุชากล่าวต่อว่า ระหว่างเดินตลาด ตนก็ได้เจอกับชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นชาวตะวันออกกลาง ชาวอาเซียน รวมถึงชาวยุโรป ซึ่งตรงนี้เป็นเสน่ห์อยู่แล้ว และสามารถอยู่ร่วมกันได้กับกรุงเทพฯ ระหว่างผู้ค้ากับผู้ซื้อ ไม่จำเป็นที่จะต้องจัดระเบียบให้เคร่งเกินไป เพราะสามารถตรวจสอบกันได้ว่าใครเป็นเจ้าของแผงตัวจริง และอนาคตอาจจะนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น QR Code มาตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของแผงตัวจริงหรือไม่ เพราะปัญหาคือการเช่าช่วงกันต่อ และไม่ใช่เฉพาะตลาดเล็กๆ แต่ตลาดใหญ่ๆ ก็เห็นว่ามีการเช่าช่วงต่อกัน

ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนจากชุมชนที่ลงพื้นที่ ก็อยากให้มีการประชาสัมพันธ์แต่ละพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ในลักษณะของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่น และเมื่อไปถึงจุดนั้น แล้วจุดต่อไปจะเดินทางไปที่ไหนต่อ มีอะไรอร่อย มีอะไรน่าไปสักการะ ไปเห็นอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ เพราะสัญลักษณ์ที่เป็นเมืองเมืองเก่าในกรุงเทพฯ ยังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งถือจะเป็นไฮไลต์ และทั้งหมดนี้ กทม.สามารถทำเองได้ ไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก