Prachachat
‘จีน’หายทุบตลาดคอนโด เร่งดึง ‘เศรษฐีอาหรับ’ ช็อป
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พิษเศรษฐกิจฉุดมู้ดตลาดต่างชาติ ยอดโอนคอนโดฯไตรมาสแรกปี’69 หดตัว “จีน” หายเกือบ 50% “รัสเซีย” หนีหนาวแห่ช็อปขึ้นแซง “เมียนมา” ทำเลฮอต กทม. ชลบุรี ภูเก็ต ด้าน 3 สมาคมอสังหาฯ สบช่องวิกฤตสงคราม ดันแก้กฎหมายทรัพย์อิงสิทธิ ปลุกแรงซื้อเศรษฐีตะวันออกกลาง ยืดเช่าเป็น 60 ปี พ่วงลองสเตย์วีซ่า 5-10 ปี
Key facts
- ข้อจำกัดด้านกฎหมายกรรมสิทธิ์ของไทย แม้ต่างชาติซื้อคอนโดฯได้ภายใต้โควตา 49% แต่การถือครองที่ดินทำได้จำกัด ทำให้ลูกค้าตะวันออกกลางที่นิยม “อสังหาฯพร้อมที่ดิน” รู้สึกว่า ไทยยังไม่ตอบโจทย์
- ปัญหาเรื่อง Financing ที่ลูกค้าในตะวันออกกลาง มีข้อกำหนดทางการเงินเฉพาะ อาทิ หลัก Islamic Finance ที่ขั้นตอนของธนาคารที่เข้มงวดการโอนเงินข้ามประเทศ ทำให้การปิดการขายในไทยใช้เวลานานกว่าตลาดจีนหรือไต้หวันมาก 5.ลูกค้าตะวันออกกลางเน้นท่องเที่ยวและรักษาตัวมากกว่ามาลงทุน เพราะยังมองไทยเป็นจุดหมายชั่วคราวมากกว่าบ้านหลังที่สอง
- ยังคงครองอันดับ 1 แม้การโอนจะลดลง 38.8% เหลือ 906 หน่วย และมูลค่า 3,493 ล้านบาท ลดลง 42.9% อันดับ 2 “รัสเซีย”
- เป็นสัญชาติที่เติบโตสวนกระแส มี 383 หน่วย เพิ่มขึ้น 33% มูลค่า 1,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.7% ส่วน “เมียนมา”
- อยู่อันดับ 3 มี 279 หน่วย ลดลง 36.4% มูลค่า 968 ล้านบาท ลดลง 39%
- พฤติกรรมการลงทุนของลูกค้าตะวันออกกลางที่นิยมซื้อบ้านหรู วิลล่า มากกว่าคอนโดฯ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวใหญ่ เนื่องจากเป็นชาติที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัว การอยู่รวมกันหลายรุ่น ดีมานด์จึงจะไปอยู่ที่บ้านหรูที่ภูเก็ตหรือกรุงเทพฯมากกว่าคอนโดฯใจกลางเมือง
Summary
นายณรงค์พล ประภานิรินธน์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดอสังหาฯต่างชาติในไตรมาส 1/2569 จากภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบทุกประเทศ ประกอบกับมาตรการของรัฐบาลบางประเทศที่คุมเข้มการซื้ออสังหาฯต่างประเทศ อาทิ จีน เมียนมา ไต้หวัน และสหรัฐ ทำให้การโอนคอนโดฯต่างชาติลดลง 17.3% อยู่ที่ 3,241 หน่วย และมูลค่า 13,464 ล้านบาท ลดลง 17.9% หดตัวลงกับภาพรวมการโอนทั้งประเทศชัดเจน ซึ่งการโอนของต่างชาติยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยมีส่วนแบ่งจำนวนหน่วย 13.6% และมูลค่าการโอน
โดย “จีน” ยังคงครองอันดับ 1 แม้การโอนจะลดลง 38.8% เหลือ 906 หน่วย และมูลค่า 3,493 ล้านบาท ลดลง 42.9% อันดับ 2 “รัสเซีย” เป็นสัญชาติที่เติบโตสวนกระแส มี 383 หน่วย เพิ่มขึ้น 33% มูลค่า 1,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.7% ส่วน “เมียนมา” อยู่อันดับ 3 มี 279 หน่วย ลดลง 36.4% มูลค่า 968 ล้านบาท ลดลง 39%
นายณรงค์พลกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ความไม่สงบตะวันออกกลาง อาจเป็นโอกาสของตลาดอสังหาฯไทย แต่ยังไม่เห็นตัวเลขการเข้ามาของดีมานด์ต่างชาติอย่างชัดเจน และคาดว่าหากมีการหนีความวุ่นวายเข้ามาอาศัยในไทยจริง น่าจะเห็นตัวเลขที่ชัดเจนในช่วงไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป