Prachachat
เงาะตราด 1 แสนตันราคาทรุด ชาวสวนหวั่นร่วงเหลือ 5 บาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“เงาะ” กลายเป็นผลไม้ที่ถูกมองข้ามจากทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ เนื่องจากไม่ใช่สินค้าส่งออกหลัก 5 อันดับของไทย อย่างทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วง และสับปะรด ซึ่งหลังเปิดฤดูกาลได้เพียง 1 เดือน เงาะภาคตะวันออกกลับเผชิญภาวะราคาตกต่ำสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่ส
Key facts
- ด้าน นายธนภัทร จาวินัจ ผู้จัดการฝ่ายตลาด สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคเกษตรจังหวัดตราด จำกัด กล่าวว่า ตลาดเวียดนามเป็นตลาดส่งออกหลัก โดยเฉพาะเงาะก้านหรือเงาะช่อ สามารถขายได้ราคาสูงกว่าตลาดในประเทศ 10 บาท/กก. ในปี 2568 สามารถส่งออกมากถึง 90%
- นางวรัญญา ถนอมพันธุ์ พาณิชย์จังหวัดตราด กล่าวว่า ช่วงต้นฤดูเงาะสีทองเคยมีราคาสูงถึง 60-70 บาท/กก. ก่อนทยอยปรับลงเหลือ 14-15 บาท/กก. (ราคา ณ วันที่ 27 พ.ค. 69) ขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 13.86 บาท/กก. ส่วนเงาะโรงเรียนเคยมีราคาสูงถึง 33-36
- ต้นฤดูปี 2569 ตลาดเวียดนามยังมีความต้องการสูง เพราะมีปริมาณน้อย ทำให้ราคาในช่วง 2-3 วันแรกสูงถึง 140 บาท/กก. ก่อนลดลงเหลือ 70-80 บาท และ 40-50 บาท ล่าสุดราคาเงาะสีทองลงเหลือ 10-15 บาท/กก. ส่วนเงาะโรงเรียนเหลือ 25 บาท/กก.
- ปัจจุบันเงาะบริโภคภายในประเทศสูงถึง 92% ส่งออกเพียง 8% ตลาดส่งออกหลักได้แก่ เวียดนาม 60% มาเลเซีย 15% และจีน 10% ทำให้การแก้ไขปัญหามุ่งเน้นไปที่การเร่งระบายผลผลิตในประเทศ
- ขณะเดียวกันเมื่อระบายสินค้าไม่ทัน ทำให้พ่อค้าหลายรายยอมทิ้งเงินมัดจำ 50,000-100,000 บาท ถ้าฝืนทำต่อจะขาดทุนมากกว่านี้ เพราะตลาดเงาะยังไม่มีประเทศรองรับขนาดใหญ่เหมือนทุเรียนหรือมังคุด ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มตกต่ำเป็นเวลานาน
- แม้สหกรณ์การเกษตรบ่อไร่ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด รับซื้อเงาะสีทองจากสมาชิกจำนวน 2,000 กก. ราคา 18 บาท/กก. (ราคาตลาด 15-16 บาท/กก.) ส่วนกระบวนการคัดแยกและแพ็กสินค้ายังต้องใช้แรงงานสูง เนื่องจากต้องแยกคุณภาพและน้ำหนัก
Summary
ภาคตะวันออกถือเป็นแหล่งผลิตสำคัญของประเทศ มีสัดส่วนผลผลิตกว่า 75% ของทั้งประเทศในปี 2569 จังหวัดตราดมีผลผลิตเงาะ รวม 106,906 ตัน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน หรือคิดเป็น 68% ของผลผลิตเงาะในภาคตะวันออก ที่มีผลผลิตรวม 156,901 ตัน และขณะนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วเกือบ 50%
คาดว่าในเดือนมิถุนายน ราคาเงาะสีทองยังมีแนวโน้มลดลงมากกว่า เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับตลาดในประเทศนิยมบริโภคเงาะโรงเรียน ขณะที่เงาะสีทองส่วนใหญ่ใช้เพื่อการแปรรูปเข้าโรงงานผลไม้กระป๋อง ส่วนตลาดส่งออกยังมีแนวโน้มชะลอตัวจากสภาวะเศรษฐกิจ และมีผลไม้ชนิดอื่นออกสู่ตลาดจำนวนมากผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น นอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมามีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผลผลิตบางส่วนตกค้างในสวน ทำให้การระบายผลผลิตทำได้ยาก
ปัจจุบันเงาะบริโภคภายในประเทศสูงถึง 92% ส่งออกเพียง 8% ตลาดส่งออกหลักได้แก่ เวียดนาม 60% มาเลเซีย 15% และจีน 10% ทำให้การแก้ไขปัญหามุ่งเน้นไปที่การเร่งระบายผลผลิตในประเทศ