Kaohoon
“ดีอี” แจง TH-AI Passport โปร่งใส! ยันจัดซื้อถูกกฎหมายทุกขั้นตอน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ค.69) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นประธานแถลงข่าวชี้แจงกระบวนการดำเนิน “โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย” หรือ TH-AI Passport พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ค.69) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นประธานแถลงข่าวชี้แจงกระบวนการดำเนิน “โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย”
- ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงดีอีได้นำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีมติอนุมัติโครงการ พร้อมนำเสนอคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ เพื่อรับทราบ
- ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระทรวงดีอียืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัด โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding เริ่มจากการประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568
- นายพชร ระบุว่า การดำเนินโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE Fund ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 โดยการใช้จ่ายเงินของ สดช.
- นายพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ TH-AI Passport ได้จัดหา Generative AI รุ่น Pro/Premium จากผู้ให้บริการ 14 ราย รวม 24 โมเดล อาทิ Gemini, ChatGPT, Grok, Claude และ Typhoon จำนวน 5 ล้านสิทธิ ใช้งานเป็นระยะเวลา 12 เดือน
Summary
นายพชร เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ TH-AI Passport กระทรวงดีอีขอยืนยันว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามแนวนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัลของประชาชน และรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 5.91 ล้านล้านบาท ณ เดือนเมษายน 2569 โดยมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล สร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI และพัฒนาทักษะบุคลากรด้านดิจิทัลตามแนวทาง Upskill-Reskill ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
นอกจากนี้ โครงการยังครอบคลุมการอบรมผู้ดูแลศูนย์ดิจิทัลชุมชน 2,222 แห่งทั่วประเทศ และการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ หรือ Boot Camp ให้แก่ผู้สนใจรวม 4,000 คน ใน 4 ภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงความรู้ด้าน AI อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันข้อมูลการใช้งาน AI ที่ผ่านการปกปิดตัวตนเจ้าของข้อมูลแล้ว จะถูกนำไปต่อยอดพัฒนา ThaiLLM ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับภาษาไทย และนำไปสู่การสร้าง National AI ของประเทศไทยในอนาคต