← Back to KHAO

เปิดวาร์ปสู่อวกาศ! "อ.เชน" พาบุกห้องแล็บ TIGERS-X ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชมสดภารกิจวิศวกรไทยคุมสเปซแล็บ "ผลิตยา" บนอวกาศ "ฝีมือคนไทยทุกขั้นตอน"

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.

3 แหล่งข่าวยืนยัน

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569  ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ TIGERS-X ณ ชั้น 5 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าภารกิจส่งชุดทดลองวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นจาก "ฝีมือคนไทยทุกขั้นตอน" ที่ขึ้นไปทำงานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

Key facts

Summary

หัวใจสำคัญของโครงการ TIGERS-X คือการใช้เทคโนโลยี Lab-on-a-chip (การย่อส่วนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์มาไว้บนชิปขนาดจิ๋ว) ที่สามารถย่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีขนาดเล็กเท่าแผ่นนามบัตร และรวมชุดการทดลอง (Payload) ทั้งหมดให้กะทัดรัดเท่าโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง เพื่อความคล่องตัวในการขนส่งทางอวกาศ

ไฮไลต์ของการเยี่ยมชมครั้งนี้ คือการเปิดระบบควบคุมการทำงานจริงที่เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภาพที่น่าทึ่งคือระบบการทำงานทั้งหมดถูกออกแบบมาให้กะทัดรัดและคล่องตัวสูง โดยใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถจำลองเป็นศูนย์ควบคุมจากที่ใดก็ได้บนโลก ผศ.ดร.วเรศ ได้สาธิตการทำงานแบบคู่ขนาน (1:1) โดยให้ ศ.ดร.ยศชนัน ทดลองกดปุ่มสั่งงานชุดทดลองบนโลก (Parallel Module) ซึ่งคำสั่งเดียวกันนั้นจะถูกส่งตรงขึ้นไปยัง ISS ทันทีด้วยความหน่วงเวลา (Latency) ต่ำเพียง 1.2 วินาที

เป้าหมายหลักทางวิทยาศาสตร์คือการศึกษาปรากฏการณ์อิมัลชัน (Emulsification) เพื่อไขข้อสงสัยที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาใจมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นสำรวจอวกาศเมื่อ 60 ปีก่อน ว่าของเหลวที่เข้ากันไม่ได้อย่าง "น้ำกับน้ำมัน" จะผสมกันออกมาในรูปแบบไหนเมื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง ซึ่งข้อมูลเชิงโมเลกุลที่ได้กลับมานี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนายาและอาหารทางการแพทย์ รวมถึงปูทางไปสู่งานวิจัยที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Organ-on-a-chip ในอนาคต