Ban Muang
เปิดวาร์ปสู่อวกาศ! "อ.เชน" พาบุกห้องแล็บ TIGERS-X ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ชมสดภารกิจวิศวกรไทยคุมสเปซแล็บ "ผลิตยา" บนอวกาศ "ฝีมือคนไทยทุกขั้นตอน"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ TIGERS-X ณ ชั้น 5 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าภารกิจส่งชุดทดลองวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นจาก "ฝีมือคนไทยทุกขั้นตอน" ที่ขึ้นไปทำงานบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
Key facts
- ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
- ไฮไลต์ของการเยี่ยมชมครั้งนี้ คือการเปิดระบบควบคุมการทำงานจริงที่เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภาพที่น่าทึ่งคือระบบการทำงานทั้งหมดถูกออกแบบมาให้กะทัดรัดและคล่องตัวสูง
- ปัจจุบัน Supply Chain สำหรับอุตสาหกรรมอวกาศเราสามารถใช้ชิ้นส่วนจากธุรกิจในประเทศได้ถึง 100% ในขณะที่ศูนย์ทดสอบของไทยก็สามารถประเมินมาตรฐานได้สูงถึง 90% ของ NASA แต่ใช้ต้นทุนที่ประหยัดกว่ามาก ประเทศไทยจึงมีความพร้อมเต็มที่ในการเป็นศูนย์กลาง
- สั่งการข้ามอวกาศด้วยความหน่วงเพียง 1.2 วินาที
Summary
หัวใจสำคัญของโครงการ TIGERS-X คือการใช้เทคโนโลยี Lab-on-a-chip (การย่อส่วนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์มาไว้บนชิปขนาดจิ๋ว) ที่สามารถย่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีขนาดเล็กเท่าแผ่นนามบัตร และรวมชุดการทดลอง (Payload) ทั้งหมดให้กะทัดรัดเท่าโน้ตบุ๊กหนึ่งเครื่อง เพื่อความคล่องตัวในการขนส่งทางอวกาศ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เป้าหมายหลักทางวิทยาศาสตร์คือการศึกษาปรากฏการณ์อิมัลชัน (Emulsification) เพื่อไขข้อสงสัยที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาใจมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นสำรวจอวกาศเมื่อ 60 ปีก่อน ว่าของเหลวที่เข้ากันไม่ได้อย่าง "น้ำกับน้ำมัน" จะผสมกันออกมาในรูปแบบไหนเมื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่มีแรงโน้มถ่วง ซึ่งข้อมูลเชิงโมเลกุลที่ได้กลับมานี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนายาและอาหารทางการแพทย์ รวมถึงปูทางไปสู่งานวิจัยที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Organ-on-a-chip ในอนาคต