The Standard
สภามีมติคว่ำตั้ง กมธ. ศึกษาแลนด์บริดจ์ฯ ชง ครม. พิจารณาต่อ ท่ามกลางความเห็นต่างของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเที่ยงวันนี้ (29 พฤษภาคม) เข้าสู่ขั้นตอนการอภิปรายสรุปในญัตติด่วนขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ หลังจากเมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม) สมาชิกได้ใช้เวลาอภิปรายแสดงความเห็นแล้ว โดยก่อนการลงมติ สมาชิกผู้เสนอญัตติและตัวแทนพรรคการเมืองได้อภิปรายสรุป
Key facts
- การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเที่ยงวันนี้ (29 พฤษภาคม) เข้าสู่ขั้นตอนการอภิปรายสรุปในญัตติด่วนขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ หลังจากเมื่อวานนี้ (28 พฤษภาคม) สมาชิกได้ใช้เวลาอภิปรายแสดงความเห็นแล้ว
- หัวหน้าพรรคประชาชนได้เสนอยุทธศาสตร์การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจชีวภาพภาคใต้ (Southern Biodiversity Regeneration Corridor หรือ SBRC) แทนแลนด์บริดจ์และการร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) โดยใช้งบลงทุน 5 แสนล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 5
- พ.ต.อ.ทวี แสดงความกังวลต่อโครงสร้างของคณะกรรมการที่ศึกษาโครงการนี้ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการเป็นหลัก ขาดการรับฟังเสียงจากประชาชน พร้อมยกตัวอย่างความผิดพลาดในอดีตจากโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน มูลค่ากว่า 1.7 แสนล้านบาท
- พรรประชาชาติเตือนรัฐบาล ยกบทเรียนความคุ้มค่าเมกะโปรเจกต์ในอดีต
- สส. ภูมิใจไทยชี้แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่จะช่วยยกระดับขนส่งไทย
- พีรพัฒน์เน้นย้ำถึงมิติด้านความมั่นคง โดยเปรียบเทียบช่องแคบฮอร์มุซที่มีการขนส่งน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน กับช่องแคบมะละกาที่มีการขนส่งถึง 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากเกิดวิกฤตหรือการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบมะละกา
Summary
พีรพัฒน์เน้นย้ำถึงมิติด้านความมั่นคง โดยเปรียบเทียบช่องแคบฮอร์มุซที่มีการขนส่งน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน กับช่องแคบมะละกาที่มีการขนส่งถึง 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากเกิดวิกฤตหรือการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบมะละกา ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
พีรพัฒน์ รัชกิจประการ สส. สตูล พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนโครงการ โดยระบุว่า แม้แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ปัญหาได้ในข้ามคืน แต่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในรอบหลายสิบปีที่จะช่วยยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียน โครงการนี้คาดว่าจะสร้างงานกว่า 2.8 แสนอัตรา เพิ่มจีดีพีร้อยละ 1.5 ต่อปี และลดเวลาการเดินเรือโลกได้ 3-4 วัน รวมทั้งสามารถขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ไปยังท่าเรือระนองได้โดยตรงซึ่งลดเวลาได้ถึง 14 วัน
แลนด์บริดจ์จึงเป็นยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมและเพิ่มอำนาจต่อรองให้ประเทศ ในด้านสิ่งแวดล้อม โครงการจะใช้การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ESIA) ระบบท่าเรือสีเขียว (Green Port) สมาร์ทโลจิสติกส์ และเทคโนโลยีขุดอุโมงค์เพื่อรักษาแนวป่าและระบบนิเวศ โดยมองว่าการไม่ลงมือทำอะไรเลยคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับอนาคตของคนรุ่นหลัง