Matichon
ดีอี โต้ล็อกสเปก TH-AI Passport จัดซื้อ 1.6 พันล้าน โปร่งใส ขยายผลเฟส 2 เตรียมของบปี’70
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดโครงการ “TH-AI Passport” ว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เพื่อผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้จริง และเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ แนวคิดโครงการเริ่มต้นมาตั้งแต่รัฐบาลเข้ารับตำแหน่งช่วงปลายเดือนกันยายน ถึง ต้นเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งรัฐบาลกำหนดเรื่อง “Upskill-Reskill”
Key facts
- ณ วันนั้นรัฐบาลเข้ามา งบประมาณปี 2569 เริ่มต้นไปแล้ว ขณะที่กระทรวงเอง เป็นหน่วยที่ใช้งบประมาณไม่เยอะ อย่างไรก็ตาม เราพิจารณาแหล่งเงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท
- เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดโครงการ “TH-AI Passport”
- ก่อนเริ่มออกแบบรายละเอียดโครงการและศึกษารูปแบบดำเนินงานประมาณ 1 เดือน จากนั้นได้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายครบทุกขั้นตอน เนื่องจากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ จึงต้องผ่านคณะกรรมการคอมพิวเตอร์ของกระทรวงเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน
- นายพชร ชี้แจงว่า สำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีการประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นหรือประชาพิจารณ์ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม ถึง 22 ธันวาคม 2568 ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมประมาณ 7 ราย
- นายพชร ชี้แจงรายละเอียดความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่า โครงการจะเดินหน้าสู่ระยะที่ 2 ด้วยกรอบงบประมาณประมาณ 900 ล้านบาท เพื่อขยายผลการใช้งานและยกระดับการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประชาชนไทย
- โครงการ TH-AI Passport เฟส 2 ยังคงตั้งเป้าหมายผู้ใช้งานรวม 5 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นราว 10% ของประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยรัฐบาลมองว่าเป็นฐานสำคัญในการสร้าง AI ecosystem ของประเทศ และเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง
Summary
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดโครงการ “TH-AI Passport” ว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เพื่อผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้จริง และเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ แนวคิดโครงการเริ่มต้นมาตั้งแต่รัฐบาลเข้ารับตำแหน่งช่วงปลายเดือนกันยายน ถึง ต้นเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งรัฐบาลกำหนดเรื่อง “Upskill-Reskill”
นายพชร กล่าวว่า หลังผ่านคณะกรรมการคอมพิวเตอร์ กระทรวงได้นำโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ และคณะกรรมการบริหารกองทุน ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนเสนอแผนการใช้จ่ายเงินกองทุนต่อกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ และยืนยันว่า โครงการ TH-AI Passport ไม่ได้ถูกเร่งรัดเป็นกรณีพิเศษ และในวันพิจารณากองทุนก็มีหลายโครงการเข้าสู่การพิจารณาพร้อมกัน
“ณ วันนั้นรัฐบาลเข้ามา งบประมาณปี 2569 เริ่มต้นไปแล้ว ขณะที่กระทรวงเอง เป็นหน่วยที่ใช้งบประมาณไม่เยอะ อย่างไรก็ตาม เราพิจารณาแหล่งเงินจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท จึงนำมาคิดค้นและออกแบบโครงการ ว่าในวงเงินที่มีอยู่จะทำอะไรได้บ้าง” นายพชร กล่าว
นายพชร กล่าวว่า ทั้งนี้ การจัดซื้อแบบ “ซื้อรวม” เป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะโครงการ เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้การประมวลผลในภาพรวม (multimodal) และต้องการนำข้อมูลไปต่อยอดระบบ ไม่สามารถแยกซื้อเป็นรายส่วนได้ เพราะอาจเข้าข่าย “การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง”