← Back to KHAO

โฆษกดีเอสไอ เผยรอปิดสมัยประชุมสภา ออกหมายเรียก ส.ส.ชนนพัฒฐ์ มาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 10 outlets. See llms.txt for citation guidance.

KHAO Verified

Matichon Weekly

จากกรณีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมพิจารณาวาระญัตติด่วน เรื่อง ขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว น ายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายชนนพัฒน์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด

Key facts

Summary

อย่างไรก็ดี หนังสือที่มีการแจ้งมาให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหานั้น ตรงกับช่วงที่มีสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และกรณีดังกล่าว นาย ชนนพัฒฐ์ ก็ถือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะต้องมีการแจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้มาพบในฐานะที่เป็นผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งในส่วนดังกล่าวก็ได้ทราบจากข่าวว่าทางสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่ายังไม่มีเหตุผลความจำเป็นตอนนี้ ดังนั้น เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมจึงมีมติ 308 เสียง ต่อ 126 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง ไม่อนุญาตให้มีการส่งตัวนายชนนพัฒน์ ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในระหว่างสมัยประชุม

แต่ปรากฏว่าในเรื่องนี้มีการขยายผลพบเส้นทางการเงินที่ไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จึงได้มีการหารือกับอัยการสูงสุด เพราะเห็นว่าความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ต่อไป และมีคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ