Prachachat
EV โลกดันยางล้อไทยโต สนค.ชี้แต้มต่อขึ้นฐานผลิตยางสมรรถนะสูง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สนค.ประเมินอุตสาหกรรมยางล้อไทยรับอานิสงส์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกโต หนุนดีมานด์ยางล้อสมรรถนะสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่ายางทั่วไป 1.2-1.5 เท่า ชี้ไทยมีแต้มต่อจากฐานยางธรรมชาติ ห่วงโซ่ผลิตครบวงจร และติดท็อป 3 ผู้ส่งออกยางล้อรถยนต์นั่งของโลก พร้อมเสนอแนวทาง “ทำตาม-ทำเพิ่ม-ทำต่าง” ดันไทยสู่ฐานผลิตยางล้อ EV ภูมิภาค
Key facts
- นอกจากนี้ ไทยยังมีแนวโน้มขยายการส่งออกไปตลาดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่การนำเข้ายางล้อรถยนต์นั่งของไทยมีมูลค่า 262.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.86%
- ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมการผลิตยางล้อรถยนต์นั่งของไทยในช่วงปี 2559-2568 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงต่อเนื่อง อยู่ที่ 69-92% แสดงถึงศักยภาพการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และยังมีพื้นที่รองรับการเติบโตตามความต้องการยางล้อรถยนต์ EV
- สนค.ประเมินอุตสาหกรรมยางล้อไทยรับอานิสงส์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกโต หนุนดีมานด์ยางล้อสมรรถนะสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่ายางทั่วไป 1.2-1.5 เท่า ชี้ไทยมีแต้มต่อจากฐานยางธรรมชาติ ห่วงโซ่ผลิตครบวงจร และติดท็อป 3 ผู้ส่งออกยางล้อรถยนต์นั่งของโลก
- นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ศึกษาสถานการณ์การค้ายางล้อไทย เพื่อประเมินศักยภาพการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่การผลิต “ยางล้อสมรรถนะสูง”
Summary
ทั้งนี้ การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการยางล้อเปลี่ยนไปสู่สินค้าที่มีสมรรถนะสูงและมีคุณสมบัติเฉพาะทางมากขึ้น โดยยางล้อกลุ่มนี้มีราคาเฉลี่ยสูงกว่ายางล้อทั่วไปประมาณ 1.2-1.5 เท่า ทำให้มีมูลค่าเพิ่มต่อหน่วยสูงกว่า
สำหรับสถานการณ์การค้ายางล้อรถยนต์นั่งของโลก รหัส HS 4011.10 ในปี 2567 พบว่า มูลค่าส่งออกรวมอยู่ที่ 51,890.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.15% จากปีก่อนหน้า โดยประเทศผู้ส่งออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จีน 8,984.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เยอรมนี 4,164.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทย 3,795.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าไทยยังอยู่ในกลุ่มผู้นำการส่งออกยางล้อรถยนต์นั่งของโลก
ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมการผลิตยางล้อรถยนต์นั่งของไทยในช่วงปี 2559-2568 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงต่อเนื่อง อยู่ที่ 69-92% แสดงถึงศักยภาพการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และยังมีพื้นที่รองรับการเติบโตตามความต้องการยางล้อรถยนต์ EV ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต