The Standard
‘ชัชชาติ’ เมินขบวนการจ้างหน้าม้าล็อก ส.ก. เบอร์ 9 ชี้ไร้ประโยชน์คนกรุงไม่สับสน ขอ กกต. ตรวจสอบชี้ขาด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 6 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
วันนี้ (29 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) บางราย มีพฤติการณ์ว่าจ้างบุคคลอื่นด้วยจำนวนเงินสูงถึง 10,000 บาท เพื่อให้มาลงสมัครรับเลือกตั้งคั่นลำดับคิว หวังล็อกหมายเลขประจำตัวผู้สมัครให้ได้หมายเลข 9 ซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกันกับตนเองเพื่อผลประโยชน์ในการรณรงค์หาเสียงนั้น
Key facts
- วันนี้ (29 พฤษภาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีผู้สมัคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) บางราย มีพฤติการณ์ว่าจ้างบุคคลอื่นด้วยจำนวนเงินสูงถึง 10,000
- กระบวนการว่าจ้างกลุ่มคนให้มาลงสมัครเพื่อดึงคิวดังกล่าวนั้น มีการเสนอค่าตอบแทนหรือค่าจ้างสูงถึง 10,000 บาทต่อราย ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการอาศัยช่องโหว่ของระเบียบการรับสมัคร
- ชัชชาติ ระบุว่า ตนได้รับฟังเรื่องราวดังกล่าวมาบ้าง แต่ส่วนตัวประเมินว่าวิธีการเช่นนี้ไม่น่าจะสร้างความได้เปรียบหรือเกิดประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการเลือกตั้งในยุคปัจจุบัน
- อย่างไรก็ตาม ปรากฏความผิดปกติขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังจากที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าสู่กระบวนการจับสลากและได้หมายเลขประจำตัวคือหมายเลข 9 แหล่งข่าวระบุว่า ทันทีที่ทราบผลหมายเลขดังกล่าว
Summary
อย่างไรก็ตาม ชัชชาติได้กล่าวทิ้งท้ายอย่างชัดเจนว่า ในหลักการแล้วพฤติกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง และหากกระทำไปโดยหวังผลเพียงเพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือกาบัตรผิด ถือเป็นเจตนาที่ไม่ถูกต้องตามหลักการเลือกตั้งที่ดี
ชัชชาติ ระบุว่า ตนได้รับฟังเรื่องราวดังกล่าวมาบ้าง แต่ส่วนตัวประเมินว่าวิธีการเช่นนี้ไม่น่าจะสร้างความได้เปรียบหรือเกิดประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการเลือกตั้งในยุคปัจจุบัน ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้ตัดสินใจลงคะแนนเพียงเพราะหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร หรือความบังเอิญที่หมายเลขตรงกัน แม้อาจจะมีผู้ที่เข้าใจผิดอยู่บ้างแต่ก็น่าจะเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับในอดีต
ประชาชนส่วนใหญ่มีความตื่นตัวและทราบดีว่าจะต้องลงคะแนนให้ใครสำหรับตำแหน่ง ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม. จึงมองว่าโอกาสที่คนจะกาบัตรผิดเบอร์มีน้อยมาก และการลงทุนทำเช่นนี้ไม่น่าจะคุ้มค่า ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่