BBC Thai
เราเชื่ออะไรในโลกออนไลน์ได้บ้าง เมื่อคอนเทนต์ไรเดอร์สู้ชีวิตมีสคริปต์อยู่เบื้องหลัง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรณี 'อินฟลูเอนเซอร์' ครอบครัวไรเดอร์ลูกหนึ่งที่ทำคอนเทนต์เผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่สุดแสนจะสู้ชีวิต กระตุ้นอารมณ์เห็นใจและสงสารของคนไทย ออกมาเปิดเผยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้วว่าเรื่องราวในหลายคลิปวิดีโอที่พวกเขาได้เผยแพร่ลงแอปพลิเคชันติ๊กตอก มีการกำหนด "สคริปต์" โดยบริษัทที่มีผู้บริหารชาวจีน
Key facts
- บีบีซีไทยสืบค้นชื่อบริษัทตามที่สองสามีภรรยาระบุในบัญชีติ๊กตอกว่าเป็นผู้ว่าจ้างผลิตวิดีโอ ในฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่าบริษัทนี้ถูกจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อ 11 ก.ค. 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท โดยระบุประเภทธุรกิจเป็น
- ซึ่งเคยมีผู้ติดตามกว่า 34,000 คน ถูกปิดการเข้าถึงภายหลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องราวนี้ ขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่ายังมีกรณีอื่น ๆ อีกหรือไม่ ที่เรื่องราวชีวิตดราม่าในโลกออนไลน์ ที่จริงแล้วอาจมีการกำหนดสคริปต์
- กรณี 'อินฟลูเอนเซอร์' ครอบครัวไรเดอร์ลูกหนึ่งที่ทำคอนเทนต์เผยแพร่เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่สุดแสนจะสู้ชีวิต กระตุ้นอารมณ์เห็นใจและสงสารของคนไทย
- ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 ฝ่ายภรรยาที่เป็นไรเดอร์เช่นกันยอมรับว่าเธอแอบรับเงินบริจาคจริงตอนที่เริ่มมีปากเสียงกับทางบริษัทแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้รับ และไม่ได้ตอบข้อความใด ๆ เนื่องจากเป็นข้อห้ามของทางบริษัท
Summary
บีบีซีไทยชวนผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อร่วมมองและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่กำลังเป็นกระแสข่าว พร้อมกับตั้งคำถามว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราเห็นบนโลกออนไลน์ เชื่อถือได้แค่ไหน และมีปัจจัยอะไรทำให้คอนเทนต์ที่เผยแพร่ "ข้อมูลปลอม" หรือ "ข้อมูลที่บอกไม่หมด" รุ่งเรืองบนโลกออนไลน์
บัญชีที่ใช้ชื่อว่า "ครอบครัวบิ๊กบอส" ซึ่งเคยมีผู้ติดตามกว่า 34,000 คน ถูกปิดการเข้าถึงภายหลังจากที่มีการเผยแพร่เรื่องราวนี้ ขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่ายังมีกรณีอื่น ๆ อีกหรือไม่ ที่เรื่องราวชีวิตดราม่าในโลกออนไลน์ ที่จริงแล้วอาจมีการกำหนดสคริปต์
"จริง ๆ สาเหตุที่พวกเราต้องรีบหาอาชีพเสริม เพราะน้องบอส (ลูกชาย) เข้าโรงพยาบาลกะทันหันครับ" สคริปต์ดังกล่าวระบุต่อไปโดยบอกเล่าอาการป่วยของ 'น้องบอส' ก่อนจะทิ้งท้ายว่า "คืนนั้น... เงินเก็บที่พวกเราวิ่งงานกันมาทั้งหมด ก็แทบจะหมดไปกับค่ารักษา ค่ายา และค่านมของน้องครับ แล้วมันก็ทำให้บิ๊กคิดได้ว่า... ถ้ามีรายได้ทางเดียว... วันไหนเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาอีก พวกเราอาจรับมือไม่ไหวจริง ๆ"