Thairath
รัฐบาลเปิดใช้ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ขึ้นรถไทยสมายล์บัส เริ่ม 23 เส้นทาง ตั้งเป้าครบ 124 เส้นทาง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
รัฐบาลลดภาระค่าเดินทางประชาชน เปิดใช้ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ขึ้นรถไทย สมายล์ บัส เริ่มแล้ว 23 เส้นทาง ตั้งเป้าครบ 124 เส้นทางภายใน 15 วัน คาดผู้โดยสารเพิ่ม 2.5 แสนคนต่อวัน
Key facts
- วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- นางสาวลลิดา กล่าวว่า ระยะแรกเปิดให้บริการแล้วจำนวน 23 เส้นทาง ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนทยอยขยายให้ครบทั้ง 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากยิ่งขึ้น
- ด้านไทย สมายล์ บัส ระบุว่า บริษัทได้ลงทุนติดตั้งระบบรองรับทั้งหมดเอง ทั้งเครื่อง EDC เครื่องอ่านบัตร และระบบหลังบ้าน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท รองรับรถโดยสารกว่า 2,000 คัน และใช้เครื่องอ่านบัตรมากกว่า 3,000 เครื่อง
- รัฐบาลลดภาระค่าเดินทางประชาชน เปิดใช้ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
Summary
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ระยะแรกเปิดให้บริการแล้วจำนวน 23 เส้นทาง ครอบคลุมเส้นทางสำคัญในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก่อนทยอยขยายให้ครบทั้ง 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากยิ่งขึ้น
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคมร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เปิดให้ผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” สามารถใช้สิทธิเดินทางกับรถโดยสารไทย สมายล์ บัส ได้ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับรถโดยสารไทย สมายล์ บัส ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลมีเป้าหมายลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของประชาชน ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”