Krungthep Turakij
อนุทิน จับมือ ปธน. เวียดนาม เปิดเวที Thailand–Viet Nam Business Forum ย้ำศก.เติบโตไปด้วยกัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม เดอะริทซ์ - คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations”
Key facts
- นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสำหรับไทยและเวียดนามซึ่งเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพ รวมทั้งอาเซียนซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุด พร้อมกล่าวถึงผลการหารือในการประชุม ASEAN
- ซึ่งจะมีบทบาทในการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการจ้างงาน พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุน มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีการปรับปรุงกฎระเบียบ และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
- ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมสีเขียว อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงศักยภาพเข้าด้วยกัน ไทยและเวียดนามจะไม่ใช่เพียง “ฐานการผลิต”
- ของภูมิภาค แต่จะเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์”
Summary
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม เดอะริทซ์ - คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสำหรับไทยและเวียดนามซึ่งเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพ รวมทั้งอาเซียนซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุด พร้อมกล่าวถึงผลการหารือในการประชุม ASEAN Summit ภายใต้แนวคิด “Navigating our future, together” ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการผนึกกำลัง ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การรับมือผลกระทบจากความขัดแย้ง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมพร้อมรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและเวียดนามถือเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน โดยปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการค้า แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “เวียดนามเติบโต ไทยก็เติบโต”