← Back to KHAO

อนุทิน จับมือ ปธน. เวียดนาม เปิดเวที Thailand–Viet Nam Business Forum ย้ำศก.เติบโตไปด้วยกัน

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

อนุทิน จับมือ ปธน. เวียดนาม เปิดเวที Thailand–Viet Nam Business Forum ย้ำศก.เติบโตไปด้วยกัน

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม เดอะริทซ์ - คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations”

Key facts

Summary

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม เดอะริทซ์ - คาร์ลตัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ร่วมเป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงาน Thailand–Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ “Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Relations”

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสำหรับไทยและเวียดนามซึ่งเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพ รวมทั้งอาเซียนซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุด พร้อมกล่าวถึงผลการหารือในการประชุม ASEAN Summit ภายใต้แนวคิด “Navigating our future, together” ซึ่งสะท้อนความสำคัญของการผนึกกำลัง ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การรับมือผลกระทบจากความขัดแย้ง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมพร้อมรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและเวียดนามถือเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน โดยปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการค้า แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกัน พร้อมย้ำว่า “เวียดนามเติบโต ไทยก็เติบโต”

Read full article at Krungthep Turakij →