Prachatai
‘ปฏิบัติการไอโอฤดูร้อน 2026’ จากเฟกนิวส์จัดตั้ง สู่ความเกลียดชังออร์แกนิก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) iLaw เปิดตัวรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ที่มุ่งโจมตี ‘ฐปณีย์ เอียดศรีไชย’ ผู้สื่อข่าวและผู้ก่อตั้ง The Reporters หลังจากเธอจี้ถามแม่ทัพภาคที่ 4 กรณีเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ในวันแถลงข่าวเมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา จนเกิดวลีเด็ดของท่านแม่ทัพ “ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก”
Key facts
- เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2569 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) iLaw เปิดตัวรายงานเกี่ยวกับปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ที่มุ่งโจมตี ‘ฐปณีย์ เอียดศรีไชย’ ผู้สื่อข่าวและผู้ก่อตั้ง The Reporters หลังจากเธอจี้ถามแม่ทัพภาคที่ 4
- ตัวอย่างโพสต์ของ Truth of the Day ภาพซ้าย โพสต์เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 ไม่นานหลังการแถลงข่าวของแม่ทัพภาคสี่ ภาพขวา โพสต์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2569 หรือกว่าหนึ่งเดือนก็ยังไม่หยุด
- อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้ถูกคุกคามจากปฏิบัติการข่าวสารมาตลอดยี่สิบกว่าปี เสริมว่า เมื่อครั้งเธอยังทำงานเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วงปี 2558-2562 เวลาไปทำงานในพื้นที่ชายแดนใต้ หรือในค่ายทหาร
- เธอยกตัวอย่างบล็อก Pulony.blogspot.com ที่เชียร์ภาครัฐและ กอ.รมน. ด่า NGO ประจำ และแปลเนื้อหาสู่หลายภาษา รัฐบาลประยุทธ์เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นนี้ (26 ก.พ. 2563) เนื่องจากมีเอกสารชี้ว่าบล็อกดังกล่าวใช้งบรัฐทำ IO
- รายงานดังกล่าวของ iLaw มีชื่อว่า ปฏิบัติการไอโอฤดูร้อน 2026 เก็บข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Facebook และ X บ่งชี้ว่าปัจจุบันตัวตนของบัญชี IO เนียบเนียนขึ้น ทำงานแยบยลขึ้น
- พิสูจน์แล้วว่ามี IO จริง แต่ศาลปกครองยกฟ้อง
Summary
บัญชีเหล่านี้จะใส่ความเห็น อารมณ์ร่วม และเรื่องเล่ามุมมองของตัวเองเข้าไป ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ข้อมูลที่มีก็ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นวงใน หรือผู้สนับสนุนที่ตามข่าวใกล้ชิด แต่ในเชิงสื่อสาร ก็มีบทบาทขยายความสารต้นทางไม่น้อย เช่น เพจ Knight Border
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ตลอดช่วงกลางเดือนเมษายน (กระทั่งจนถึงตอนนี้) มีการโจมตีเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่สื่อของฐปณีย์มากมาย รูปการณ์หลายอย่างดูผิดประหลาดราวกับประสานงานกันมา และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูไม่เป็นการแสดงความเห็นตามธรรมชาติของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย คือโพสต์เนื้อหาแบบเดียวกันในเวลาไล่เลี่ยกัน มีทั้งการล้อเลียนเชิงชาติพันธุ์ ใช้ภาพตัดต่อ ภาพ AI เหยียดเพศ ปล่อยเฟกนิวส์ว่าเชื่อมโยงกับขบวนการ BRN ฯลฯ
ข้อเสนอของสายใจ ตรงกับอังคณา ที่เสนอว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องรับผิดชอบทันทีหากได้รับรายงานว่าปรากฏเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่มาตรฐานชุมชนของแพลตฟอร์มก็ยังมีปัญหา คือ AI ไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะวินิจฉัยว่าอะไรเป็นความรุนแรง เช่นการสร้างภาพ AI ให้ผู้หญิงไปหลับนอนกับใคร AI ก็อาจไม่ได้มองว่าเสียหาย แต่ในบางวัฒนธรรม นี่คือสิ่งที่ใช้โจมตีความเป็นหญิง สุดท้ายเธอเรียกร้องให้ไทยปรับแก้กฎหมายให้เท่าทันสถานการณ์ ให้แพลตฟอร์มคุ้มครองสิทธิมนุษยชนบนโลกออนไลน์ เช่นที่มีในสหภาพยุโรป และรัฐต้องไม่ผลักภาระการพิสูจน์ให้เป็นหน้าที่ของพลเมืองผู้เสียหาย