Matichon
‘ไชยชนก’ โต้ปม TH-AI Passport ย้ำโปร่งใสทุกขั้นตอน ใช้งบทุกบาทคุ้มค่า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน เผยแพร่คลิปวิพากษ์วิจารณ์โครงการ “TH AI Passport”
Key facts
- นอกจากนี้หลายประเทศทั่วโลกมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึง AI ฟรี เพื่อยกระดับ Productivity ของประเทศ เช่น สิงคโปร์ที่สนับสนุน Premium AI Tools ควบคู่หลักสูตร AI Literacy โดยใช้งบประมาณกว่า 27,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 900 บาทต่อคนต่อปี
- นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน เผยแพร่คลิปวิพากษ์วิจารณ์โครงการ “TH AI Passport”
- ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยเปรียบเทียบว่าเป็น รหัส ATM กดเงิน และโยงกับยุคงบทำแอปฯในอดีต ว่า หากถามว่าอุปกรณ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพ ศักยภาพการพัฒนาด้านดิจิทัลได้มากที่สุดในปัจจุบันคืออุปกรณ์ใด คำตอบนั้นก็คือ AI
- มุ่งเพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI อย่างมีคุณภาพ ผ่านหลักสูตร Up Skill ที่ใช้งานได้จริง โดยร่วมพัฒนากับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google, Microsoft และ OpenAI เพื่อให้ประชาชนสามารถนำ AI ไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้
Summary
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.พรรคประชาชน เผยแพร่คลิปวิพากษ์วิจารณ์โครงการ “TH AI Passport”
ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของประชาชน หลังผลการศึกษาพบว่า ไทยมีอัตราการเข้าถึง AI หรือ AI Diffusion เพียง 10.7% ต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน โดยสิงคโปร์อยู่ที่ 60.9% และเวียดนามอยู่ที่ 23.5%
นอกจากนี้ การดำเนินโครงการได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 และใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายผ่านระบบ e-bidding ซึ่งเป็นระบบเปิดแข่งขันอย่างเป็นธรรม และมีวิธีการใช้งบกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) หรือ DE Fund และการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบทุกประการ
สำหรับเป้าหมายของโครงการ คือ “Learn to Earn” มุ่งเพิ่มจำนวนผู้ใช้ AI อย่างมีคุณภาพ ผ่านหลักสูตร Up Skill ที่ใช้งานได้จริง โดยร่วมพัฒนากับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google, Microsoft และ OpenAI เพื่อให้ประชาชนสามารถนำ AI ไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้