← Back to KHAO

ยูเออีถอนตัวจาก OPEC และผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก

7 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ยูเออีถอนตัวจาก OPEC และผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสามใน OPEC ประกาศถอนตัวจากองค์กรอย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่วางแผนมา ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศกะทันหัน การที่อาบูดาบีเพิ่มกำลังการผลิตเกินโควตาที่ตกลงกันไว้ในช่วงหลัง เป็นหลักฐานชัดเจนของการแยกตัวที่เตรียมการไว้แล้ว การถอนตัวจากพันธมิตรเปิดทางให้ยูเออีผ่อนคลายนโยบายด้านอุปทานและปลดข้อจำกัดโควตาการผลิต

Key facts

Summary

การถอนตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอินโดนีเซีย (2559) กาตาร์ (2562) เอกวาดอร์ (2563) และแองโกลา (2566) เคยถอนตัวไปก่อนหน้าเพื่อแสวงหาอิสระในการกำหนดนโยบายของตนเอง อย่างไรก็ตาม การถอนตัวของยูเออีมีนัยสำคัญมากกว่า โดยส่งสัญญาณว่า OPEC อาจมีอำนาจในการกำกับราคาน้ำมันโลกอ่อนลง โดยเฉพาะหากสมาชิกสำคัญรายอื่นเดินตาม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยูเออีแสดงความไม่พอใจกับเพดานการผลิตที่ออกแบบมาเพื่อพยุงราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นนโยบายที่ซาอุดีอาระเบียมีบทบาทผลักดันเป็นหลัก ความตึงเครียดดังกล่าวเห็นได้ชัดที่สุดในปี 2564 เมื่อยูเออีขัดขวางข้อตกลงสำคัญของ OPEC+

สมาชิก OPEC โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย มีแรงจูงใจสูงที่จะสนับสนุนให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีความต้องการการลงทุนภายในประเทศขนาดมหาศาล การประเมินระบุว่า ราคาน้ำมันจุดคุ้มทุนทางการคลังของซาอุดีอาระเบียอยู่ที่ราว 85–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงเกิดแรงกดดันให้ต้องควบคุมอุปทานอย่างเข้มงวด ในทางตรงกันข้าม กำลังการผลิตของยูเออีสูงกว่าโควตาอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนราว 150,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2570

Read full article at Khaosod →