BBC Thai
วิเคราะห์: 3 โจทย์ที่ท้าทายพรรคประชาชนในการสู้ศึกเลือกตั้ง ผู้ว่า ฯ กทม. และ ส.ก. รอบนี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของพรรคการเมืองแนวปฏิรูปอย่าง พรรคประชาชน (ปชน.) ว่าจะสามารถเปลี่ยนคะแนนความนิยมในระดับชาติมาเป็นคะแนนสนับสนุนในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นได้หรือไม่
Key facts
- ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของพรรคการเมืองแนวปฏิรูปอย่าง พรรคประชาชน (ปชน.)
- ทว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ผลสำรวจความคิดเห็น จากสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,179 คน ระหว่างวันที่ 19-22 พ.ค. พบว่า ผู้มีสิทธิ์กว่า 52.6%
- ชัยชนะของผู้ว่าฯ กทม. มักไม่เป็นไปตามกระแสระดับชาติ
- ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในแง่การส่งตัวแทนเป็นผู้บริหารเมืองที่ผู้คนทั่วไปเรียกว่า "นายกฯ น้อยของคน กทม."
- ตามห่างมาเป็นอันดับสองด้วยคะแนนที่ 17.9%
- ชัยชนะระดับท้องถิ่นอาจสามารถปูทางสู่งานบริหารระดับชาติ
Summary
ขณะที่การเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม. กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) หลายพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และผู้สมัครอิสระต่างทยอยเปิดตัว รวมถึงแนวนโยบายเพื่อใช้ในการรณรงค์ในการเลือกตั้ง หลายฝ่ายรวมถึงผลการสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักระบุตรงกันว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าคนก่อนที่เพิ่งลงจากเก้าอี้หมาด ๆ ยังถือเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งและประกาศว่าจะลงขับเคี่ยวในสนามนี้อีกครั้ง
ส่วนโจทย์สำคัญของพรรคการเมืองที่ถูกเรียกว่า "พรรคสีส้ม" ตามมุมมองของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์การเมืองที่บีบีซีไทยพูดคุยด้วย ต่างมองว่า พรรคประชาชนยังต้องพิสูจน์ตนเองอีกครั้ง ในขณะที่ดูเหมือนช่วงเวลาในการเตรียมตัวลงสนามอาจจะไม่เพียงพอ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดว่า แม้จะผ่านสนามการเลือกตั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงเคยครองเสียงมาเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 แต่ก็ยังไม่มีโอกาสมีอำนาจในการบริหารประเทศ
"เป้าหมายจริง ๆ ของพรรคคือสนาม ส.ก. แต่ถ้าไม่สร้างบรรยากาศให้ดูสนุก น่าแข่งขัน คนอาจออกมาใช้สิทธิ์น้อย สนาม ส.ก. ที่เขาหวัง มันก็จะหวังยากเพราะจะสู้เสียงจัดตั้งไม่ไหว มันต้องเรียกคนที่เป็นเชิงกระแสออกมาเลือกตั้งผู้ว่าให้ได้เยอะ แล้วเขาก็อาจได้อนิสงค์ว่า โอเค ไม่มาเลือกแคนดิเดตผู้ว่าฯเขา แต่มาเลือก ส.ก. เขาก็ยังดี" เขาเสริม