Thansettakij
อสังหาฯ ไตรมาสแรก 69 ฟื้น บ้านมือสอง-บ้านราคาต่ำ 7 ล้าน ยังมาแรง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
REIC เผยตลาดอสังหาฯ ไตรมาส 1/69 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว บ้านระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทยังเป็นแรงขับหลัก ขณะสินเชื่อที่อยู่อาศัยกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบหลายไตรมาส
Key facts
- ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยถือเป็นอีกสัญญาณบวกของตลาด หลังจากยอดปล่อยสินเชื่อใหม่กลับมาขยายตัว โดยในไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั่วประเทศรวม 121,557 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1%
- REIC จึงปรับประมาณการตลาดที่อยู่อาศัยปี 2569 ใหม่ โดยคาดว่าจะมีจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 312,814 หน่วย ลดลง 1.1% และมีมูลค่ารวม 845,235 ล้านบาท ลดลง 2.3% จากปีก่อน
- ข้อมูล REIC ระบุว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจำนวน 17,746 หน่วย เพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) แต่ในด้านมูลค่ากลับลดลง 4.5% เหลือ 64,952 ล้านบาท
- ด้านพื้นที่ปริมณฑลยังคงรักษาทิศทางบวกได้ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยจังหวัดนนทบุรีมีการโอนกรรมสิทธิ์ 3,961 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.3% มูลค่า 11,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% ส่วนจังหวัดปทุมธานีมีจำนวน 4,915 หน่วย เพิ่มขึ้น 6.7% มูลค่า 10,491
- ยังคงมีบทบาทสูงในตลาด โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 67% ของจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ขณะที่บ้านสร้างใหม่มีสัดส่วนเพียง 33% เท่านั้น สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเลือกสินทรัพย์ราคาจับต้องได้มากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอ
- ในทางกลับกัน กลุ่มที่อยู่อาศัยระดับราคามากกว่า 7 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์รวมอยู่ที่ 3,136 หน่วย ลดลง 14.8% มูลค่ารวม 45,940 ล้านบาท ลดลง 16.3%
Summary
บ้านมือสองยังคงได้รับความนิยมสูงและมีบทบาทสำคัญในตลาด โดยมีสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์มากถึง 67% ของจำนวนหน่วยทั้งหมด
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ปี 2569 เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยมีกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทเป็นกำลังหลักที่เติบโตขึ้น 12.7%
หากแยกตามสัญชาติ พบว่า “จีน” ยังครองอันดับ 1 แม้ยอดโอนลดลงแรง โดยมีจำนวน 906 หน่วย ลดลง 38.8% มูลค่า 3,493 ล้านบาท ลดลง 42.9% ขณะที่ “รัสเซีย” กลายเป็นสัญชาติที่เติบโตโดดเด่นที่สุด มีจำนวน 383 หน่วย เพิ่มขึ้น 33% มูลค่า 1,665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.7% ส่วน “เมียนมา” ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ด้วยจำนวน 279 หน่วย