AI Agent · Thansettakij
เสียวหมี่ กำไรทรุด 57% พิษต้นทุนชิปพุ่ง-ตลาดสมาร์ทโฟนเดือด เร่งเกม AI- EV กู้รายได้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เสียวหมี่ เผชิญแรงกดดันรอบด้านในไตรมาสแรกปีนี้ หลังกำไรสุทธิร่วงลงกว่า 57% จากต้นทุนชิ้นส่วนสำคัญที่พุ่งสูง การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันเศรษฐกิจโลก ขณะที่บริษัทเร่งเดินหน้าธุรกิจ AI และรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อสร้างเครื่องยนต์รายได้ใหม่
Key facts
- หุ้นฮ่องกงร่วง 2.5% ประกาศอัดฉีดซื้อหุ้นคืนพยุงราคา
- รายได้รวมของบริษัทลดลง 11% เหลือ 9.91 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.76 แสนล้านบาท) โดยธุรกิจ สมาร์ทโฟน และ AIoT ซึ่งยังเป็นรายได้หลักของบริษัท มียอดขายลดลงเกือบ 15% เหลือ 7.93 หมื่นล้านหยวน (ราว 3.81 แสนล้านบาท)
- แรงกดดันสำคัญมาจากตลาด สมาร์ทโฟน โลกที่ชะลอตัวลง โดยยอดจัดส่ง สมาร์ทโฟน ของ เสียวหมี่ ทั่วโลกลดลง 19% เหลือ 33.8 ล้านเครื่อง ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจ สมาร์ทโฟน ลดลง 13% เหลือ 4.43 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.13 แสนล้านบาท)
- ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าเร่งธุรกิจใหม่เพื่อชดเชยรายได้จากสมาร์ทโฟน โดยรายได้จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AI และธุรกิจใหม่อื่นๆ เพิ่มขึ้น 6.9% แตะ 1.99 หมื่นล้านหยวน (ราว 9.55 หมื่นล้านบาท)
- ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ เสียวหมี่ สร้างรายได้ 1.9 หมื่นล้านหยวน (ราว 9.12 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.1% จากปีก่อน หลังยอดส่งมอบรถเพิ่มขึ้น 6.6% เป็น 80,856 คัน จากแรงหนุนของรถซีรีส์ Xiaomi YU7 Series แม้ว่ายอดขายซีรีส์ Xiaomi SU7 Series
- ด้านธุรกิจ IoT และสินค้าไลฟ์สไตล์ มีรายได้ 2.47 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.19 แสนล้านบาท) พร้อมอัตรากำไรขั้นต้น 25.2% โดยรายได้จากต่างประเทศทำสถิติสูงสุดใหม่
Summary
เสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดเผยงบการเงินล่าสุดว่า กำไรสุทธิในช่วง 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 4.7 พันล้านหยวน (ราว 2.25 หมื่นล้านบาท) ลดลง 57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนกำไรขั้นต้นลดลง 14% เหลือ 2.18 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.05 แสนล้านบาท) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 22% จาก 22.8%
เสียวหมี่มีกำไรสุทธิลดลง 57% ในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนชิปที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่ชะลอตัว
นอกจากนี้ เสียวหมี่ ยังประกาศแผนซื้อหุ้นคืนประเภท Class B วงเงินสูงสุด 2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ภายใน 12 เดือนข้างหน้า หลังจากก่อนหน้านี้ซื้อหุ้นคืนไปแล้วเกือบ 400 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและพยุงราคาหุ้นในตลาดทุน